Biz Today Station

โลโก้ Biztoday Station
Menu
  • หน้าหลัก
  • เศรษฐกิจ
  • ประกันชีวิต-ประกันภัย
  • การเงิน-ธนาคาร-หุ้น
  • พลังงาน-อุตสาหกรรม
  • พาณิชย์
  • คมนาคม
  • ไอที
  • อสังหาริมทรัพย์
  • ยานยนต์
  • ท่องเที่ยว
  • การศึกษา
  • สุขภาพ-ความงาม
  • CSR 
  • สังคม
  • การตลาด
วันที่ 10 มกราคม 2569
ที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์เหนือระดับ สัมผัส ‘AZIMUT 60’ และ ‘AZIMUT 53’ พร้อมเรือสันทนาการ CHRIS-CRAFT อีกทั้งยนตรกรรมระดับโลก ในงาน Thailand Boat Festival 2026   |   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ลงพื้นที่หาดใหญ่ เคียงข้างตัวแทนและลูกค้า เดินหน้าเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม   |   การประมวลข้อมูลพื้นที่การก่อสร้าง ไตรมาส 3 ปี 2568 พื้นที่ก่อสร้างอาคารโรงเรือนที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา แต่ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว   |   เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธีทำบุญเสริมสิริมงคล ต้อนรับปีใหม่ ปี 2569   |   บัตรเครดิต KBank PLUSTINUM* ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าแคมเปญ“ยิ่งใช้ ยิ่งพลัส Sure*”เพิ่มสิทธิ์เข้าเลานจ์สนามบินแบบได้ชัวร์   |   ไทยประกันชีวิต ร่วมกับสภากาชาดไทย มอบผ้าห่มรักษ์โลก ในโครงการ“หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569”ครั้งที่ 24   |   คปภ.ภูเก็ต ลงพื้นที่อ่าวฉลอง ติดตามเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย   |   กทพ.จัดกิจกรรม“แบ่งปันรอยยิ้ม แด่น้องริมทางด่วน”ประจำปีงบประมาณ 2569   |   กรุงศรี จับมือ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ส่งมอบของขวัญปีใหม่ สร้างพื้นที่การเรียนรู้ผ่าน“ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้”และ“สนามเด็กเล่น” ให้น้อง ๆ     |   ธ.ก.ส.ชวนสัมผัสวิถีชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืน ณ ชุมชนบ้านกกปลาซิว จังหวัดสกลนคร   |   วิริยะประกันภัย ร่วมสนับสนุนทบ.จัดงานวันเด็ก 2569 เปิดพื้นที่แห่งความสนุก เสริมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์   |   เอไอเอ เปิดตัว AIA FA รูปแบบใหม่“FA 4.0 : The Ultimate Success”ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง FA ในประเทศไทย มอบ Career Achievement Bonus (CAB) ทำ 10 ปี รับโบนัส 10 ล้านบาท   |   ศุภาลัย‘สร้างดี’รวมพลังแบ่งปันของใช้จำเป็นผ่านกิจกรรม‘ปันรัก’ปี 2 ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 48,500 kgCO₂ eq.   |   ชลิต อินดัสทรี ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา ต่อเนื่องเป็นปีที่  2   |   อีซูซุ ชวนลูกค้าร่วมเปิดประสบการณ์ขับขี่สุดมันส์ ในกิจกรรม“ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท   |   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมกับ The First Ultimate Big Fan จัดกิจกรรม A Jolly Christmas ส่งท้ายปีอย่างอบอุ่น   |   TIDLOR ตอกย้ำความสำเร็จ ด้วย 29 รางวัลการันตีในปี 2025 สะท้อนความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้าน Financial Inclusion ที่เป็นธรรมและโปร่งใส   |   บิ๊กซี ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 ชวนครอบครัวมาร่วมสร้างรอยยิ้ม พร้อมรับนม UHT ฟรี ที่บิ๊กซี 10 สาขา ที่ร่วมรายการ   |   SAM เผยยอดผู้สนใจสมัคร “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพียง 3 วันแรก ลูกหนี้แห่ลงทะเบียนแล้วเฉียด 9 หมื่นราย    |   เมย์แบงก์ เปิดจองหุ้น IPO“PETPAL”ผู้นำธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงครบวงจรรับเมกะเทรนด์ Pet Economy เติบโตต่อเนื่อง   |   NT ก้าวสู่ปีที่ 6 อย่างภาคภูมิ ปักหมุดพัฒนาและให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ เป็นรากฐานรองรับการขยายศักยภาพของประเทศในอนาคต      |   การเคหะแห่งชาติ จัดอบรมนวัตกรรมการออกแบบ และมาตรฐานวิศวกรรมสมัยใหม่เพื่อยกระดับความปลอดภัยที่อยู่อาศัย   |   สมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย (OIC Meets CEO 2026) ครั้งที่ 1/2569   |   สายสีแดง ผนึก การรถไฟ เอสอาร์ที แอสเสท จัดกิจกรรมวันเด็กสุดพิเศษ Join the Rail สร้างฝัน วันเด็ก 10 ม.ค. นี้   |   การประปานครหลวง (กปน.)ชวนน้อง ๆ เที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ   |   กทพ.พลิกโฉมใต้ทางด่วนฉลองรัช! เปิด“ลานสร้างสุขพิเศษ รวมใจ โดย การทางพิเศษฯ”ชู สนามบาสเกตบอล   |   ธ.ก.ส.ชวนน้องๆ ออมเงินขั้นต่ำเพียง 3,000 บาทขึ้นไป รับกระปุก“เติมเต็ม ความฝัน”สุดคิวต์ ผ่านแคมเปญเงินฝากวันเด็กแห่งชาติ“Kids D 2569”        |   กรุงเทพประกันชีวิต ใส่ใจสร้างความสุขให้ครอบครัวชวนลูกค้าคนสำคัญ ชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี Avatar: Fire and Ash   |   คณะ Digital jumpstart # 3 เยี่ยมชม ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต (FUTURIUM)พร้อมอัดแน่นวิทยากรชั้นนำมอบความรู้และประสบการณ์แก่ผู้เข้าอบรม   |   ออมสิน ไม่ทิ้งลูกหนี้มีวินัย มอบของขวัญปีใหม่รายละ 1,000 บาท แก่ผู้มีประวัติชำระหนี้ดี-จ่ายครบ-จ่ายตรง
โลโก้ Biztoday Station
วันที่ 10 มกราคม 2569
ที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์เหนือระดับ สัมผัส ‘AZIMUT 60’ และ ‘AZIMUT 53’ พร้อมเรือสันทนาการ CHRIS-CRAFT อีกทั้งยนตรกรรมระดับโลก ในงาน Thailand Boat Festival 2026   |   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ลงพื้นที่หาดใหญ่ เคียงข้างตัวแทนและลูกค้า เดินหน้าเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม   |   การประมวลข้อมูลพื้นที่การก่อสร้าง ไตรมาส 3 ปี 2568 พื้นที่ก่อสร้างอาคารโรงเรือนที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา แต่ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว   |   เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธีทำบุญเสริมสิริมงคล ต้อนรับปีใหม่ ปี 2569   |   บัตรเครดิต KBank PLUSTINUM* ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าแคมเปญ“ยิ่งใช้ ยิ่งพลัส Sure*”เพิ่มสิทธิ์เข้าเลานจ์สนามบินแบบได้ชัวร์   |   ไทยประกันชีวิต ร่วมกับสภากาชาดไทย มอบผ้าห่มรักษ์โลก ในโครงการ“หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569”ครั้งที่ 24   |   คปภ.ภูเก็ต ลงพื้นที่อ่าวฉลอง ติดตามเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย   |   กทพ.จัดกิจกรรม“แบ่งปันรอยยิ้ม แด่น้องริมทางด่วน”ประจำปีงบประมาณ 2569   |   กรุงศรี จับมือ มูลนิธิ เมเจอร์ แคร์ ส่งมอบของขวัญปีใหม่ สร้างพื้นที่การเรียนรู้ผ่าน“ห้องหนังเพื่อการเรียนรู้”และ“สนามเด็กเล่น” ให้น้อง ๆ     |   ธ.ก.ส.ชวนสัมผัสวิถีชุมชนอุดมสุขที่ยั่งยืน ณ ชุมชนบ้านกกปลาซิว จังหวัดสกลนคร   |   วิริยะประกันภัย ร่วมสนับสนุนทบ.จัดงานวันเด็ก 2569 เปิดพื้นที่แห่งความสนุก เสริมการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์   |   เอไอเอ เปิดตัว AIA FA รูปแบบใหม่“FA 4.0 : The Ultimate Success”ตอกย้ำเบอร์หนึ่ง FA ในประเทศไทย มอบ Career Achievement Bonus (CAB) ทำ 10 ปี รับโบนัส 10 ล้านบาท   |   ศุภาลัย‘สร้างดี’รวมพลังแบ่งปันของใช้จำเป็นผ่านกิจกรรม‘ปันรัก’ปี 2 ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 48,500 kgCO₂ eq.   |   ชลิต อินดัสทรี ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา ต่อเนื่องเป็นปีที่  2   |   อีซูซุ ชวนลูกค้าร่วมเปิดประสบการณ์ขับขี่สุดมันส์ ในกิจกรรม“ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท   |   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมกับ The First Ultimate Big Fan จัดกิจกรรม A Jolly Christmas ส่งท้ายปีอย่างอบอุ่น   |   TIDLOR ตอกย้ำความสำเร็จ ด้วย 29 รางวัลการันตีในปี 2025 สะท้อนความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้าน Financial Inclusion ที่เป็นธรรมและโปร่งใส   |   บิ๊กซี ฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 ชวนครอบครัวมาร่วมสร้างรอยยิ้ม พร้อมรับนม UHT ฟรี ที่บิ๊กซี 10 สาขา ที่ร่วมรายการ   |   SAM เผยยอดผู้สนใจสมัคร “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพียง 3 วันแรก ลูกหนี้แห่ลงทะเบียนแล้วเฉียด 9 หมื่นราย    |   เมย์แบงก์ เปิดจองหุ้น IPO“PETPAL”ผู้นำธุรกิจผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงครบวงจรรับเมกะเทรนด์ Pet Economy เติบโตต่อเนื่อง   |   NT ก้าวสู่ปีที่ 6 อย่างภาคภูมิ ปักหมุดพัฒนาและให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและดิจิทัลของประเทศ เป็นรากฐานรองรับการขยายศักยภาพของประเทศในอนาคต      |   การเคหะแห่งชาติ จัดอบรมนวัตกรรมการออกแบบ และมาตรฐานวิศวกรรมสมัยใหม่เพื่อยกระดับความปลอดภัยที่อยู่อาศัย   |   สมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย (OIC Meets CEO 2026) ครั้งที่ 1/2569   |   สายสีแดง ผนึก การรถไฟ เอสอาร์ที แอสเสท จัดกิจกรรมวันเด็กสุดพิเศษ Join the Rail สร้างฝัน วันเด็ก 10 ม.ค. นี้   |   การประปานครหลวง (กปน.)ชวนน้อง ๆ เที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ   |   กทพ.พลิกโฉมใต้ทางด่วนฉลองรัช! เปิด“ลานสร้างสุขพิเศษ รวมใจ โดย การทางพิเศษฯ”ชู สนามบาสเกตบอล   |   ธ.ก.ส.ชวนน้องๆ ออมเงินขั้นต่ำเพียง 3,000 บาทขึ้นไป รับกระปุก“เติมเต็ม ความฝัน”สุดคิวต์ ผ่านแคมเปญเงินฝากวันเด็กแห่งชาติ“Kids D 2569”        |   กรุงเทพประกันชีวิต ใส่ใจสร้างความสุขให้ครอบครัวชวนลูกค้าคนสำคัญ ชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์แห่งปี Avatar: Fire and Ash   |   คณะ Digital jumpstart # 3 เยี่ยมชม ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต (FUTURIUM)พร้อมอัดแน่นวิทยากรชั้นนำมอบความรู้และประสบการณ์แก่ผู้เข้าอบรม   |   ออมสิน ไม่ทิ้งลูกหนี้มีวินัย มอบของขวัญปีใหม่รายละ 1,000 บาท แก่ผู้มีประวัติชำระหนี้ดี-จ่ายครบ-จ่ายตรง
Menu
  • หน้าหลัก
  • เศรษฐกิจ
  • ประกันชีวิต-ประกันภัย
  • การเงิน-ธนาคาร-หุ้น
  • พลังงาน-อุตสาหกรรม
  • พาณิชย์
  • คมนาคม
  • ไอที
  • อสังหาริมทรัพย์
  • ยานยนต์
  • ท่องเที่ยว
  • การศึกษา
  • สุขภาพ-ความงาม
  • CSR 
  • สังคม
  • การตลาด

© 2025 biztodaystation.co.th

เราจะเพิ่ม GDP ไทย ให้โตเกิน 5% ต่อปี ได้อย่าง?

02/12/2025

ประเทศไทยเราควรมี GDP หรือการเติบโตของผลิตภัณฑ์รวม ไม่เพียงแต่ให้มากกว่าร้อยละ 5 ต่อปี แต่ต้องให้เติบโตในอัตรานี้ต่อเนื่องเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 15 ปีด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้รายได้คนไทยเฉลี่ยประมาณ 20,000 บาทต่อเดือน จะได้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 37,000 บาทต่อเดือน ใกล้เคียงกับมาเลเซียในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงเป็นเพียงประมาณหนึ่งในสาม ของรายได้คนไต้หวัน และเกาหลีใต้ ในปัจจุบันเท่านั้น

เราอยากเห็นคนไทยเลิกจน ใช่ไหม ?

เราอยากเห็นประเทศไทยก้าวข้ามกับดักความยากจน ไปสู่ประเทศพัฒนาที่ไร้คนจน ซึ่งต้องควบคู่กับนโยบายการกระจายรายได้ที่ดีด้วยหลายๆ คนบอกว่าประเทศไทยกำลังจมปลัก ถอยหลังเข้าคลอง จากที่เศรษฐกิจเคยโตเกิน 5% ต่อปี เดี๋ยวนี้เหลือ 2%หลายๆ คนบอกว่ามองไม่เห็นอนาคต แล้วเราจะมีวิธีอย่างไร ?

ลองดูประเทศที่ GDP Growth ย้อนหลัง 10 ปี  ที่โตประมาณ 5% ต่อปี ได้แก่:

– Singapore: 6.92%
– Vietnam: 6.20%

– China: 5.79%

– Hong Kong: 5.48%
– Philippines: 5.20%
– Malaysia: 4.90%

ประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์มวลรวมล่าสุดปีละประมาณ 18,579 ล้านล้านบาท ถ้าจะให้ GDP โต 5%ต่อปี ก็คือ มูลค่า 928,950 ล้านบาทต่อปี ล่าสุดเราจะทำได้แค่เพียง ประมาณ 2% ต่อปี คือ 371,580 ล้านบาท ซึ่งจะต้องทำเพิ่มอีก 557,370 ล้านบาทต่อปี

ประเทศที่มี GDP Growth โตเกิน 5% ต่อปี เขามีวิธีทำกันอย่างไรบ้าง

จีน ใช้วิธีการลงทุนพัฒนาสาธารณูปโภค สาธารณูปการต่างๆจำนวนมาก รวมทั้งการสร้างเมืองใหญ่ Shenzhen ในยุค ’80, Pudong ในยุค ’90 เอื้ออำนวยให้การเดินทางสะดวกสบายมากขึ้น ป้องกันภัยพิบัติได้ดีขึ้น สะดวกสบายมากขึ้น และสร้างงานต่างๆ เพิ่มมาก ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นมาก การมีรถไฟความเร็วสูงและระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นการสานสายใยให้ลูกหลานชนบทที่ไปทำงานในเมืองใหญ่ติดต่อและกลับไปเยี่ยมครอบครัวได้ง่ายขึ้นมาก…

สิงคโปร์ ใช้วิธีการลงทุนในสถาปัตยกรรมและสิ่งแวดล้อม ที่เริ่มตั้งแต่ที่อยู่อาศัยเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของครอบครัว และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ต่อเนื่องด้วย Opera House สนามกีฬายักษ์, Entertainment Complex, Gardens by the Bay, Museum ฯลฯ สร้างจุดขายใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง  ประกอบกับการทำตัวเองให้เป็นศูนย์กลางการเงิน การค้า การลงทุน และความง่ายในการทำธุรกรรมของธุรกิจต่างๆ (Easy of Doing Business) ทำให้ประเทศก้าวหน้าขึ้น เทียบกับประเทศชั้นนำของโลก

UAE พลิกทะเลทรายให้กลายเป็นเมืองใหม่ที่เจริญรุ่งเรืองอย่างผิดหูผิดตา ที่ไม่มีใครคิดถึง  ด้วยการสร้างนวัตกรรมและสถาปัตยกรรมล้ำสมัย เช่น เมืองกลางทะเล Palm Jumeirah 1 ต่อด้วย Palm Jumeirah  2 ที่ใหญ่กว่าเดิม, อาคารระฟ้า Burj Khalifa, The Grand Mosque, Louvre Museum, Guggenheim Museum เป็นต้น ประกอบกับมาตรการทางภาษีที่จูงใจชาวต่างชาติมาก และเอื้ออำนวยให้ซื้ออสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัยได้ง่าย…ฯลฯ

ในเมื่อรัฐบาลไทยต่างๆ ที่ผ่านมาได้พยายามใช้วิธีการต่างๆ ในการเพิ่มรายได้จากการส่งออก และรายได้จากการท่องเที่ยว รวมกันให้มากกว่าการนำเข้า (Export-Import) พยายามกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน (Consumption) พยายามส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน  (Private Investment) และการลงทุนภาครัฐในด้านต่างๆ (Government Spending) โดยรวม แล้วทำให้เศรษฐกิจโตได้เพียง 2% ต่อปีเท่านั้น

จะมีความหวังมากขึ้น เมื่อหันมาดูจังหวัดหนึ่งของไทย ที่มีสถิติการเติบโตของเศรษฐกิจ หรือ GDP Growth ในรอบ 10 ปี = 8.3% ซึ่งสูงกว่าอัตราเฉลี่ยของทั้งประเทศมาก คือ “ภูเก็ต”

ทั้งนี้ เพราะ “ภูเก็ต” เป็นจังหวัดที่เปิดกว้าง มีชาวต่างชาติมาพำนักและทำงานใน “ภูเก็ต” (ยังไม่นักท่องเที่ยว)  ประมาณ 33,068 คน จากประชากรทั้งสิ้น 429,583 คน หรือประมาณ 7.7% หรือประมาณ 5 เท่าเศษ เมื่อเทียบสัดส่วนของชาวต่างชาติทั้งประเทศที่มีเพียง 1.5% ของประชากรทั้งหมด

อนึ่ง ประชากรไทยในจังหวัด “ภูเก็ต” เพิ่มขึ้นมาตลอดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เฉลี่ย 1.05% ต่อปีหรือ 11.1% ในรอบ 10 ปี

การมีประชากรเพิ่มขึ้น รวมกับนักท่องเที่ยวที่เพิ่ม  ทำให้การอุปโภค บริโภคเพิ่มขึ้น ที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เพิ่มขึ้นกระจายไปทั่วเกาะ

การเพิ่มขึ้นของประชากรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เศรษฐกิจใน “ภูเก็ต” เติบโตต่อเนื่อง ในขณะที่ประชากรไทยทั้งประเทศกลับค่อยๆ ลดลง

จะไม่มีวันเป็นไปได้เลย ถ้าเราไม่คิดใหญ่ และเอาจริง…

ถ้าประเทศไทยจะสร้าง Mega Project ที่มีประโยชน์ ที่จะมาเสริมเพิ่ม GDP จะเป็นไปได้ไหม ?

ที่ผ่านมา รัฐฯ พยายามเข้าลงทุนในสาธารณูปโภค  สาธารณูปการต่างๆ  แต่ด้วยข้อจำกัดของหนี้ภาครัฐฯ (Public Debt) ต้องไม่เกิน 60% ของ GDP จึงทำให้โครงการดีๆ จำนวนมากต้องถูกระงับการพิจารณาหรือต้องเลื่อนออกไป

ที่จริงแล้ว ประเทศไทยควรใช้ศักยภาพที่ตั้งของภูมิประเทศให้เป็นประโยชน์ ถ้ารัฐฯ ใช้วิธีการรัฐฯ-ราษฎร์ ร่วมทุน (Public Private Partnership) หรือ PPP โดยใช้เพียงทรัพยากรที่มีอยู่ของรัฐฯ ส่วนใหญ่ คือ ที่ดิน และรัฐฯ ใช้อำนาจที่รัฐมีอยู่ในการออกใบอนุญาตให้สัมปทาน และออกกฎเกณฑ์การส่งเสริมการลงทุน เพื่อให้โครงการต่างๆ  เป็นไปได้  ก็จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ  ที่เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติได้จำนวนมาก ทำให้เศรษฐกิจประเทศเจริญก้าวหน้า คนมีงานทำมากขึ้น และรายได้ดีขึ้น

เรื่องของหนี้สาธารณะก็จะไม่เป็นปัญหาต่อไป  เพราะเอกชนเป็นฝ่ายลงทุนค่าก่อสร้างและพัฒนา ส่วนรัฐฯ ใช้เพียงที่ดินของรัฐฯ ในการร่วมทุน และได้อำนาจรัฐฯ ในการออกใบอนุญาตสัมปทาน และส่งเสริมการลงทุนเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น

  1. ยกระดับ “กรุงเทพมหานคร” เป็นศูนย์กลางการเงิน การลงทุน การค้า การซื้อขายหลักทรัพย์ข้ามประเทศต่างๆ

ปัจจุบันศักยภาพของ “กรุงเทพฯ” ใกล้เคียงกับสิงคโปร์และฮ่องกงแล้ว ไม่ได้ต่างกันมากเหมือนแต่ก่อน เพียงแต่บริษัทข้ามชาติต่างๆ ยังคงเกาะกลุ่มกันใน 2 เมืองดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาทางสิงคโปร์และฮ่องกง จูงใจตั้งอัตราภาษีต่ำกว่าไทย อำนวยความสะดวกต่างๆ ในการทำธุรกรรม การจดทะเบียน ตลอดจนการอนุมัติวีซ่าสำหรับคนต่างชาติ ที่ง่ายกว่า…

ถ้า “กรุงเทพฯ” กลายเป็นศูนย์กลางการเงิน การลงทุน การค้า การซื้อขายหลักทรัพย์ ฯลฯ ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศชั้นแนวหน้าอีกแห่งหนึ่งของโลก และได้ประโยชน์มหาศาลจากการมาตั้งบริษัทฯ คนต่างชาติที่มีความรู้ความสามารถจะมาทำงานระยะยาว แทนที่จะพักเพียงไม่กี่วันเหมือนนักท่องเที่ยวชั่วคราว เพราะ “กรุงเทพฯ” ยังมีข้อดีหลายหลายเรื่องที่สิงคโปร์และฮ่องกงไม่มี คือ สะดวกสบายกว่า ผู้คนเป็นมิตรมากกว่า และค่าใช้จ่ายการทำธุรกิจและการใช้ชีวิตคุ้มค่ามากกว่า…

 แต่สิ่งที่เราต้องปรับปรุงแก้ไขคือระบบราชการที่เข้มงวดกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ต้องการเอกสารประกอบจำนวนมาก ใช้เวลา ขออนุญาตนานกว่า ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทย ต้องไปรายงานตัวทุกๆ 3 เดือน เป็นต้น

สิ่งที่ชาวต่างชาติเรียกร้อง คือ การยืดระยะเวลาการเช่าหรือทรัพย์อิงสิทธิจาก 30 ปี เป็น 90 ปี และการใช้มาตรการทางภาษีจูงใจมากขึ้น  ให้มากขึ้นเทียบเท่า Singapore และ UAE …

วิธีการ เพียงแค่ออกมาตรการจูงใจส่งเสริมที่ดีพอและประกาศให้ทั่วโลกรับรู้ เพราะปัจจัยพื้นฐานต่างๆ  ค่อนข้างพร้อมอยู่แล้ว  สิ่งสำคัญต้องยกเลิกระบบราชการที่ยังมีขั้นตอนซับซ้อนและใช้เวลานาน  เราจำเป็นต้องปฏิรูปขนาดใหญ่ ถ้าเอาจริง ใช้เวลาเพียง 3 เดือนก็พอแล้ว ในการลดทอนสิ่งที่ไม่จำเป็นออก ให้เหลือเท่าที่สิงคโปร์ใช้อยู่

ถ้าโครงการนี้ จูงใจให้ชาวต่างชาติมืออาชีพมาอยู่ และทำงานในไทยได้ปีละ 10,000 คน คนหนึ่งๆ ใช้ประมาณ 4 ล้านบาทต่อปี เราจะได้รายได้ประมาณ 40,000 ล้านบาท

  • การสร้างเขื่อนกั้นป่าแม่น้ำเจ้าพระยา+ช่องจอดเรือพร้อมประตูปรับระดับน้ำสำหรับเรือเข้าออก

เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครและจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ในกรณี ที่น้ำทะเลหนุน ทำให้น้ำท่วมในช่วงน้ำหลาก แต่ละครั้งเสียหายหลายหมื่นล้านบาท ทั้งๆ ที่รัฐฯ ต้องเสียเงินเยียวยา และเสียเวลาช่วยเหลือราษฎรที่เสียหายมากมายครั้งแล้วครั้งเล่า และตั้งงบลงทุนทำเขื่อนกันน้ำต่างๆ ทั่วประเทศ แต่ยังไม่มีการดำริสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมจากทะเลหนุนแต่อย่างใด

เงินลงทุนโครงการนี้ใช้เงินไม่มาก สามารถทำได้ในวงเงิน 10,000 -20,000 ล้านบาท แล้วแต่เราจะทำขนาดใหญ่-เล็ก และต้องการได้ที่ดินในทะเลบางส่วนมาเพิ่มเพื่อปลูกสร้างอาคารหรือไม่

 3. โครงการ Southern Seaboard และ Land Bridge มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น

  • ท่าเรือน้ำลึกระนอง, ชุมพร   636,477 ล้านบาท
  • ระบบขนส่ง ถนนและราง     220,000 ล้านบาท
  • ระบบขนส่ง สินค้าระหว่างท่าเรือ 140,000 ล้านบาท

ปัจจุบัน ไทยเรายังมีรถบรรทุกและขบวนรถไฟที่ขนส่งสินค้าไปส่งออกที่ท่าเรือปีนัง เพราะเราไม่มีท่าเรือน้ำลึกฝั่งตะวันตกที่ควรมี

โครงการนี้ คือ การใช้ศักยภาพทางของภูมิศาสตร์ของไทยที่ประเทศอื่นๆ ไม่มี ให้เป็นประโยชน์ ถ้าแล้วเสร็จ จะสร้างคุณูปการต่างๆ มหาศาลต่อการส่งออก  เกิดการจ้างงานจำนวนมาก  ทำให้ภาคใต้เจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก และทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางทะเลระหว่างตะวันออกกับตะวันตก แทนที่สิงคโปร์ที่เป็นอยู่เดิม

บางคนบอกว่า โครงการนี้ไม่คุ้ม เพราะระยะทาง และเวลาอ้อมใต้แหลมมลายูไม่มากนัก

ที่จริงคนที่จะบอกว่าเป็นไปได้หรือไม่ คือ ผู้ลงทุนที่เราเชื้อเชิญมาจากทั่วโลก เพียงแต่เราถ้าจะยืดหยุ่นเรื่องจำนวนปีการให้สัมปทาน หรือยอมให้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมควบคู่กันไป ก็จะเป็นไปได้ง่ายขึ้น

โครงการนี้ ถ้าใช้เวลาสร้าง 10 ปี แค่เพียงในช่วงก่อสร้าง ก็จะเกิดมูลค่าการลงทุนเพิ่มอีกปีละ 100,000 ล้านบาท

4. การสร้างสะพานข้ามอ่าวไทย จากเกาะสีชัง ไปยังประจวบคีรีขันธ์ เพื่อไปเชื่อมกับ Southern Seaboard สะพานนี้มีความยาวเพียง 100 กิโลเมตร  ซึ่งการก่อสร้างง่ายกว่า  และค่าก่อสร้างน่าจะถูกกว่าการสร้างสะพานและอุโมงค์ใต้ทะเลจากฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า ที่ใช้เงินเกือบ 6 แสนล้านบาทมาก และจะยกระดับศักยภาพการคมนาคมภายในประเทศ ตลอดการขนส่งสินค้าจาก EEC ไปลงเรือที่ท่าเรือฝั่งตะวันตกสะดวกรวดเร็วมากขึ้น เป็นการเสริม Southern Seaboard และ Land Bridge ให้มีศักยภาพสูงยิ่งขึ้น และจะช่วยให้การส่งออกของไทยดียิ่งขึ้น

5. รถไฟความเร็วสูง โครงการแรกจาก กรุงเทพฯ-โคราช-หนองคาย

ค่าก่อสร้าง กรุงเทพฯ-โคราช 179,413 ล้านบาท

ค่าก่อสร้าง โคราช-หนองคาย 341,351 ล้านบาท

รวมเป็นเงิน ประมาณ 520,000 ล้านบาท

โครงการนี้ ใช้เวลานานมากกว่าที่ควรไปหลายเท่าตัว เพราะรัฐฯ คิดลงทุนเอง และตัดสินใจช้า ทำให้เงินที่ลงไปยังไม่เกิดประโยชน์ สมควรที่จะเร่งจัดให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่ง และเอื้อประโยชน์ให้การส่งออกได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ควรจะชักชวนนักลงทุนเอกชนจากทั่วโลกมาลงทุน พัฒนาสร้างสายใต้เชื่อมต่อกับมาเลเซียและสิงคโปร์ และสายเหนือไปยังเชียงใหม่ เชียงราย ความเจริญก็จะกระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว และทั่วถึง

อนึ่ง เราควรส่งเสริมการลงทุน โดยปรับเงื่อนไขให้จูงใจพอ เช่น ระยะเวลาสัมปทานโครงการ และการเอื้อให้พัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานีต่างๆ เป็นต้น จะทำให้โครงการเหล่านี้เกิดขึ้นได้เร็วขึ้น

 6. สถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) โดยไม่จำเป็นต้องมีคาสิโนไว้ในโครงการก็ได้ สวนสนุก Amusing Park ขนาดใหญ่ต่างๆ ตัวอย่าง เช่น Disney World, Universal Studios, Gardens by the Bay ของ Singapore ที่เป็นทั้งที่พักผ่อนหย่อนใจและได้เรียนรู้ด้วย เป็นต้น

ถ้ามี 3 แห่ง แต่ละแห่งมูลค่า 10,000 ล้านบาท ก็จะได้เงินลงทุน 30,000 ล้านบาท+รายได้ตามหลังจากการบริหารอีก

7. สนามกีฬาขนาดใหญ่, Concert Hall, Performing Arts Center ส่งเสริมการลงทุนให้สร้างในเมืองใหญ่ทุกภาคทั่วประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพการกีฬา ให้เป็นเจ้าภาพแข่งขันกีฬาระดับโลก เช่น โอลิมปิกได้  และเพื่อดึงดูดการแสดงระดับโลก เช่น ตัวอย่างการจัด Concert ของ Taylor Swift ที่สิงคโปร์ เป็นต้น  เราสามารถจัดเป็นโครงการส่งเสริมการลงทุนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เกิดมูลค่าการลงทุนได้เป็นหลักหลาย หมื่นล้านบาท

สิ่งเหล่านี้ ถึงแม้ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานที่คนรายได้น้อยต้องการ แต่เป็นปัจจัยวัดความเจริญของประเทศ และเป็นสิ่งอำนวยคุณภาพชีวิตที่ชาวต่างชาติต้องการ

8. พิพิธภัณฑ์ต่างๆ, ศูนย์วัฒนธรรม ศูนย์พัฒนาการเรียนรู้ โรงงานกำจัดขยะ โรงงานทำปุ๋ย อุตสาหกรรมที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เกษตร อาหาร การแพทย์+ สุขภาพ ฯลฯ

ส่งเสริมให้เอกชนสร้างทั่วประเทศ ถ้าแต่ละแห่งมูลค่า 500 ล้านบาท ถ้ามีจำนวน 100 แห่ง ก็จะเป็นมูลค่าการลงทุน 50,000 ล้านบาท

9. ส่งเสริมบ้านผู้มีรายได้น้อยและปานกลางค่อนข้างน้อย

ถ้ารัฐฯ ใช้มาตรการส่งเสริมที่อาศัยหลังยุค “ต้มยำกุ้ง” ด้วยการลดภาษีธุรกิจเฉพาะจาก 3.3% เหลือ 0.11% ค่าธรรมเนียมจาก 2% เหลือ 0.01% และค่าจดจำนอง จาก 1% เหลือ 0.01% รวมเป็นส่วนลด 6.17%  มาส่งเสริมให้คนรายได้น้อยและรายได้ปานกลางค่อนข้างน้อย ในรูปบ้านจัดสรรหรือคอนโดฯ ที่มีมูลค่าหน่วยละ 1 ถึง 2 ล้านบาท หรือ เฉลี่ยต่อหน่วยละ 1.5 ล้านบาท  มาตรการนี้จะได้ใจประชาชนมาก ที่เสริมสร้างความมั่นคงของครอบครัว เพราะกฎหมายต่างๆ และการควบคุมของรัฐฯ เข้มงวดและสูงขึ้นมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา จนทำให้ความหวังของคนรายได้น้อยและปานกลางค่อนข้างน้อยเลือนหายไป

ยังมีคนถามว่า “การรอนสิทธิ์” ประชาชน ด้วยการเพิ่มมาตรการสิ่งแวดล้อมและมาตราฐานจัดสรรที่ดินที่ไม่จำเป็น ตลอดจนเพิ่มต้นทุนอาคารที่ไม่จำเป็น ที่เอื้อให้คนรวยอยู่ดีขึ้น  แต่กลับรอนสิทธิ์ ทำให้ประชาชนรายได้น้อยและปานกลางค่อนข้างน้อยไม่สามารถซื้อ “ที่อยู่อาศัย” ซึ่งเป็นปัจจัยสี่ที่จำเป็นของชีวิตตามอัตภาพนั้น ขัด “รัฐธรรมนูญ” หรือไม่

ถ้าแต่ละปี โครงการนี้มีผู้ใช้สิทธิ์ทั่วประเทศ  100,000 หน่วย  ก็จะเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 150,000  ล้านบาท โดยรัฐ ฯ ต้องจ่ายเงินสนับสนุนเพียง 9,250 ล้านบาทต่อปี แต่รัฐฯ จะได้เงินภาษีกลับคืนมาในรูปแบบของภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% รวมกับ ส่วนคงเหลือของภาษีธุรกิจเฉพาะ ค่าธรรมเนียมโอนฯ และจำนองรวม 0.13% และภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมแล้วน่าจะไม่ต่ำกว่า 12% หรือ มูลค่าเกือบ 18,000 ล้านบาท

 10. การส่งเสริม ชาวต่างชาติ ให้เข้ามาพำนักในประเทศไทย

เราควรเพิ่มมาตรการส่งเสริมชาวต่างชาติ ให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยในระยะปานกลาง-ยาว แทนการส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะสั้นๆ ในกรณีต่างๆ ดังนี้ เช่น

  • การส่งเสริมให้นักเรียน / นักศึกษา เข้ามาศึกษาหลักสูตรนานาชาติในประเทศไทย

ถ้ามีจำนวนปีละ 10,000 ราย  ใช้จ่ายปีละ 1,000,000 บาทต่อราย  ก็จะเป็นเงินละ 10,000      ล้านบาท

  • ส่งเสริมให้ผู้สูงวัยจากประเทศที่รายได้สูงกว่า (โดยเฉพาะประเทศที่มีอากาศหนาว) ย้ายมาเกษียณในประเทศไทย

ถ้ามีจำนวนปีละ 10,000 ราย  ใช้จ่ายปีละ 1,000,000 บาทต่อราย ก็จะเป็นเงินละ 10,000        ล้านบาท

ส่งเสริมให้นักวิชาชีพต่างๆ ทั้ง  Digital Technology, Finance,  Marketing ที่เราขาดแคลนเข้ามาทำงานในประเทศไทย

ถ้ามีจำนวนปีละ 10,000 ราย ใช้จ่ายปีละ 4 ล้านบาทต่อราย ก็จะเป็นเงิน ปีละ 40,000 ล้านบาท

  • ส่งเสริมให้นักลงทุนประเภทต่างๆ ตั้งแต่ ลงทุนในหลักทรัพย์ เงินตรา อสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนธุรกิจการค้า การบริการ และอุตสาหกรรมต่างๆ

ถ้ามีจำนวนปีละ 10,000 ราย ใช้จ่ายปีละ 10 ล้านบาทต่อราย ก็จะเป็นเงินปีละ 100,000 ล้านบาทต่อปี

11. การส่งเสริมและนำเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

ตามการวิจัยของ UNCTAD ว่า ประเทศกำลังพัฒนา ถ้าดึงเศรษฐกิจนอกระบบ ที่มีถึงเกือบร้อย

ละ 50 ของทั้งหมด เข้าสู่ระบบเพียงบางส่วน อาจทำให้ GDP โตขึ้นได้ตามส่วน 1-2% ต่อปี

ประเทศไทยมาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญอีกวาระหนึ่ง ประเทศไทยกำลังจะกลายเป็นประเทศเริ่มจนเรื้อรังที่ขุนไม่ขึ้น จริงหรือ ?

มีใครบ้างที่อยากเห็นประเทศไทยของเราถูกประเทศอาเซียนอื่นๆ ทิ้งห่างไปเรื่อยๆ

ช่วงเวลานี้ เราต้องการ Mega Project ที่มีประโยชน์ต่อประเทศไทย ให้ช่วยฉุดกระชากประเทศไทยให้รุดหน้า โดยไม่เพิ่มภาระหนี้ภาครัฐฯข้อเสนอต่างๆ ข้างต้น ที่คิดขึ้นมาเพื่อเป็นตัวอย่าง ให้รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ นำไปพิจารณา นำไปต่อยอด โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะก้าวข้ามความยากจนไปสู่ประเทศพัฒนาที่ไร้คน

บทความโดยดร.ประทีป ตั้งมติธรรม

Tags: ดร.ประทีป ตั้งมติธรรมเราจะเพิ่ม GDP ไทยโตเกิน 5% ต่อปี
  • FacebookFacebook
  • XX
  • LINELine

ข่าวล่าสุด

ที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์เหนือระดับ สัมผัส ‘AZIMUT 60’ และ ‘AZIMUT 53’ พร้อมเรือสันทนาการ CHRIS-CRAFT อีกทั้งยนตรกรรมระดับโลก ในงาน Thailand Boat Festival 2026

ที่สุดแห่งไลฟ์สไตล์เหนือระดับ สัมผัส ‘AZIMUT 60’ และ ‘AZIMUT 53’ พร้อมเรือสันทนาการ CHRIS-CRAFT อีกทั้งยนตรกรรมระดับโลก ในงาน Thailand Boat Festival 2026

10/01/2026
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ลงพื้นที่หาดใหญ่ เคียงข้างตัวแทนและลูกค้า เดินหน้าเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม

เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ลงพื้นที่หาดใหญ่ เคียงข้างตัวแทนและลูกค้า เดินหน้าเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วม

10/01/2026
การประมวลข้อมูลพื้นที่การก่อสร้าง ไตรมาส 3 ปี 2568 พื้นที่ก่อสร้างอาคารโรงเรือนที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา แต่ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว

การประมวลข้อมูลพื้นที่การก่อสร้าง ไตรมาส 3 ปี 2568 พื้นที่ก่อสร้างอาคารโรงเรือนที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา แต่ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว

10/01/2026
เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธีทำบุญเสริมสิริมงคล ต้อนรับปีใหม่ ปี 2569

เมืองไทยประกันชีวิต จัดพิธีทำบุญเสริมสิริมงคล ต้อนรับปีใหม่ ปี 2569

10/01/2026
บัตรเครดิต KBank PLUSTINUM* ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าแคมเปญ“ยิ่งใช้ ยิ่งพลัส Sure*”เพิ่มสิทธิ์เข้าเลานจ์สนามบินแบบได้ชัวร์

บัตรเครดิต KBank PLUSTINUM* ต่อยอดความสำเร็จ เดินหน้าแคมเปญ“ยิ่งใช้ ยิ่งพลัส Sure*”เพิ่มสิทธิ์เข้าเลานจ์สนามบินแบบได้ชัวร์

10/01/2026
ไทยประกันชีวิต ร่วมกับสภากาชาดไทย มอบผ้าห่มรักษ์โลก ในโครงการ“หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569”ครั้งที่ 24

ไทยประกันชีวิต ร่วมกับสภากาชาดไทย มอบผ้าห่มรักษ์โลก ในโครงการ“หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2569”ครั้งที่ 24

10/01/2026
คปภ.ภูเก็ต ลงพื้นที่อ่าวฉลอง ติดตามเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย

คปภ.ภูเก็ต ลงพื้นที่อ่าวฉลอง ติดตามเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ท พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย

10/01/2026
กทพ.จัดกิจกรรม“แบ่งปันรอยยิ้ม แด่น้องริมทางด่วน”ประจำปีงบประมาณ 2569

กทพ.จัดกิจกรรม“แบ่งปันรอยยิ้ม แด่น้องริมทางด่วน”ประจำปีงบประมาณ 2569

10/01/2026

Related Posts

ศุภาลัย‘สร้างดี’รวมพลังแบ่งปันของใช้จำเป็นผ่านกิจกรรม‘ปันรัก’ปี 2 ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 48,500 kgCO₂ eq.

ศุภาลัย‘สร้างดี’รวมพลังแบ่งปันของใช้จำเป็นผ่านกิจกรรม‘ปันรัก’ปี 2 ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 48,500 kgCO₂ eq.

08/01/2026
การเคหะแห่งชาติ จัดอบรมนวัตกรรมการออกแบบ และมาตรฐานวิศวกรรมสมัยใหม่เพื่อยกระดับความปลอดภัยที่อยู่อาศัย

การเคหะแห่งชาติ จัดอบรมนวัตกรรมการออกแบบ และมาตรฐานวิศวกรรมสมัยใหม่เพื่อยกระดับความปลอดภัยที่อยู่อาศัย

07/01/2026
กคช.ส่งมอบ“บ้านสบายเพื่อยายตา”ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ปี 2568

กคช.ส่งมอบ“บ้านสบายเพื่อยายตา”ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ปี 2568

30/12/2025
การเคหะแห่งชาติ รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ด้านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล

การเคหะแห่งชาติ รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ด้านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล

26/12/2025
เซ็นทรัลพัฒนา เตรียมฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 เปิดแคมเปญ “Central Kid’s Day 2026”

เซ็นทรัลพัฒนา เตรียมฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 เปิดแคมเปญ “Central Kid’s Day 2026”

25/12/2025
Next Post
กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ระดมพลังจิตอาสาจัดทำถุงยังชีพและถุงฟื้นฟู ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี ระดมพลังจิตอาสาจัดทำถุงยังชีพและถุงฟื้นฟู ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยภาคใต้

© 2025 biztodaystation.co.th
Total Visit : 16,171,293
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • เศรษฐกิจ
  • ประกันชีวิต-ประกันภัย
  • การเงิน-ธนาคาร-หุ้น
  • พลังงาน-อุตสาหกรรม
  • พาณิชย์
  • คมนาคม
  • ไอที
  • อสังหาริมทรัพย์
  • ยานยนต์
  • ท่องเที่ยว
  • การศึกษา
  • สุขภาพ-ความงาม
  • CSR 
  • สังคม
  • การตลาด

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.