“วรโชติ”เผย กรมการแพทย์แผนไทยฯ ร่วมกับ สปสช.เตรียมเดินหน้ายกระดับ “แพทย์แผนไทย” ชงงบ 3 พันล้านเข้าสิทธิบัตรทอง ปี 69 ดูแลกลุ่มโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ และ มารดาหลังคลอด

กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สปสช. เดินหน้ายกระดับ แพทย์แผนไทย เตรียมผลักดันงบประมาณ 3,000 ล้านบาท ขยายสิทธิประโยชน์บัตรทอง ชู การแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นทางเลือกหลักดูแลกลุ่มโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ และมารดาหลังคลอด พร้อมนำระบบ Point System มาใช้เบิกจ่าย และผลักดันยาสมุนไพรทดแทนยาแผนปัจจุบัน

นายวรโชติ สุคนธ์คจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนระบบสุขภาพไทยว่า รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการสร้างความเท่าเทียมด้านการเข้าถึงบริการสาธารณสุข โดยในปีงบประมาณ 2569 กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เตรียมผลักดันงบประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับ งานด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้เป็นกลไกหลักในการฟื้นฟูสุขภาพประชาชนงบประมาณดังกล่าวจะมุ่งเน้นการดูแลกลุ่มเป้าหมายสำคัญ ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง, ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และสตรีหลังคลอด โดยมีไฮไลต์การปรับปรุงสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจ ดังนี้ มารดาหลังคลอด เสนอเพิ่มค่าบริการฟื้นฟูสุขภาพมารดาหลังคลอด ให้ครอบคลุมกิจกรรมดูแลสุขภาพ 5 รายการหลัก ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) เพิ่มสิทธิการ “นวดบำบัดถึงบ้าน” ในช่วงระยะวิกฤตทอง (Golden Period) พร้อมบริการฝังเข็มร่วมกับการกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อเร่งฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย กลุ่มอาการเฉพาะ ยกระดับการนวดเชี่ยวชาญใน 7 กลุ่มอาการ โดยจะจ่ายชดเชยตามศักยภาพและ ความยากง่ายของผู้ให้บริการ หัตถการพื้นฐาน ยังคงครอบคลุมการนวด ประคบ อบสมุนไพร และการพอกเข่า เพื่อดูแลผู้สูงอายุและผู้มีปัญหาข้อเข่าอย่างต่อเนื่อง
นายวรโชติ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้เสนอปรับหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายใหม่ในรูปแบบ Point System (ระบบคะแนนภายใต้วงเงิน มีเพดาน) เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเป็นธรรมแก่หน่วยบริการ
นอกจากด้านหัตถการแล้ว ยังมีการจัดสรรงบประมาณรองรับ ยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ ทุกรายการ โดยจะจ่ายชดเชยตามหลักสูตรการรักษา และมีงบเหมาจ่ายเพิ่มเติมสำหรับหน่วยบริการ ที่ทำผลงานได้ตามเกณฑ์ รวมถึงการเสนอให้ “ยาปรุงเฉพาะรายโรคสะเก็ดเงิน” เข้าสู่บัญชี 3 เพื่อขยายโอกาสการรักษาให้ครอบคลุมโรคอุบัติใหม่และโรคเรื้อรังที่รักษายาก”หากข้อเสนอนี้ได้รับการอนุมัติ ประชาชนสิทธิบัตรทองจะมีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลาย และปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่สถานพยาบาลที่มีศักยภาพในการใช้ยาสมุนไพรจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงทางยาและลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศในระยะยาว” นายวรโชติ กล่าวในตอนท้าย













