
จากกรณีเมื่อวันที่ 16 ม.ค. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.พัดธงทิว ดามาพงศ์ผกก.ตม.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย นายก้องเกียรติ มณฑาพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ร่วมกันเปิดปฏิบัติการปูพรมปิดล้อมตรวจค้นและตรวจสอบแรงงานต่างด้าวพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฏหมายที่แคมป์พักคนงาน ซอยรัตนาธิเบศร์ 22 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
โดยแคมป์ดังกล่าวสร้างเป็นที่พักชั่วคราวมุงด้วยสักกะสีแบ่งเป็นห้องพบแรงงานต่างด้าวรวมทั้งหมด 223 ราย เป็นแรงงานของบริษัทประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง โดยมี น.ส.ภุมรินทร์ อายุ 35 ปี หัวหน้าควบคุมเป็นคนนำตรวจสอบ จากการตรวจสอบเอกสารแรงงานต่างด้าวพบเป็นสัญชาติกัมพูชา 38 ราย เป็นชาย 24 ราย เป็นหญิง 14 ราย และพบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 185 ราย เป็นชาย 123 ราย เป็นหญิง 62 ราย เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเอกสารการอนุญาตวีซ่าและใบอนุญาตทำงานพบว่าทั้งหมดมีเอกสารถูกต้องและยังไม่สิ้นสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานข่าว เบื้องต้นสอบถามหัวหน้าดูแลแรงงานทราบว่าคนงานต่างด้าวทั้งหมดทำงานก่อสร้างศูนย์การค้าชื่อดังในพื้นที่นนทบุรีและพระราม 9 ทางบริษัทดำเนินการตามกฎหมายทั้งหมด ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการตรวจสอบหากพบว่ามีการไปกระทำผิดกฎหมาย
จากการสังเกต ยังพบว่า มีกระแสข่าวว่า มีแรงงานต่างชาติร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหาผลประโยชน์กับทางร้านค้าต่างๆ เช่น ให้แรงงานต่างเข้าไปขอทำงานที่ร้านค้าแบบชั่วคราว 2-3 วัน จากนั้นจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับทันที
จากนั้นจะมีการแจ้งไปทางเจ้าของร้านค้าให้ไปเสียค่าปรับ เมื่อทางเจ้าของร้านเสียค่าปรับเสร็จเรียบร้อยแล้ว ระยะเวลาไม่นานก็ได้มีการปล่อยตัวแรงงานต่างชาติกลุ่มนั้นทันที จากการที่มีการเฝ้าสังเกตพบว่า เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องทำเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ล่าสุด มีประชาชนทำการร้องเรียนมาเพื่อให้ผู้สื่อข่าวช่วยสืบข่าวในเชิงลึกว่า มีหน่วยงานใดที่กระทำผิดตามนี้มีอยู่จริงหรือไม่ ทั้งนี้ หากพบว่าเป็นเรื่องจริง นั่นแสดงว่าต้องมีการทำเรื่องนี้เป็นขบวนการแน่นอน เพื่อไปสร้างความเดือนร้อนให้แก่ผู้ประกอบการและร้านค้าทั่วไป ถือเป็นการประพฤติมิชอบต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง
ผู้สื่อข่าวรายการข้อมูลข้างต้น แหล่งข่าวระดับสูงระบุว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด เนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยในพื้นที่นนทบุรีและใกล้เคียง (ตลิ่งชัน) มีการบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย เช่นตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), ปลัดอำเภอ และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจค้นแคมป์แรงงานและสถานประกอบการเป็นประจำเพื่อปราบปรามแรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาพบการจับกุมผู้กระทำผิดจริงตามรายงานข่าว
อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมที่ระบุว่ามีการปล่อยตัวแรงงานหลังจากร้านค้าเสียค่าปรับแล้วนั้น ถือเป็นเรื่องร้ายแรงและเป็นข้อสงสัยที่ต้องการการตรวจสอบโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบ












