
โดยสำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับองค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (The Danish Environmental Protection Agency หรือ DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้จัดงานแถลงข่าวโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร ขึ้น ณ โรงแรมนิกโก้ กรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแถลงข่าวโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร เพื่อสร้างต้นแบบระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร ให้สอดคล้องกับนโยบาย “ไม่เทรวม” และตามข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ของกรุงเทพมหานคร อันนำไปสู่การขยายผลและยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

โดย “โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร” (Pilot Project for Household Waste Sorting in Bangkok Condominiums) เป็นโครงการที่เกิดจากความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการร่วมแก้ไขปัญหาขยะและการจัดการขยะทั้งในเชิงระดับนโยบายและการปฏิบัติในพื้นที่ เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน โดย สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งเดนมาร์ก (DEPA) สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ประจำประเทศไทย และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้ร่วมกันดำเนินโครงการโดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างต้นแบบระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร เพื่อนำผลการดำเนินงานของโครงการฯ ไปพัฒนาต่อยอดและขยายผลไปยัง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงภูมิภาคอาเซียน เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะอย่างยั่งยืน

โดยในงานแถลงข่าวครั้งนี้มี ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวต้อนรับ และได้รับเกียรติจาก นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนในนามของกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกล่าวเปิดงานแถลงข่าวโครงการฯ
ช่วงการแถลงข่าวโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานครได้รับเกียรติจากผู้บริหารของ 4 หน่วยงานหลักที่ได้มาร่วมบูรณาการความร่วมมือในการดำเนินงานโครงการฯ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างต้นแบบระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพสำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร

นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ปัจจุบันกรุงเทพมหานครต้องแบกรับภาระในการจัดการมูลฝอยกว่า 9,000 ตันต่อวัน ซึ่งกว่าร้อยละ 50 คือ ขยะเศษอาหารที่ต้องแยกออกมาตั้งแต่ต้นทาง กทม. จึงขับเคลื่อนนโยบาย ‘ไม่เทรวม’ อย่างจริงจัง โดยยกระดับสู่การบังคับใช้ ข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 ที่ยึดหลักสากล “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” (Polluter Pays Principle) เพื่อใช้กลไกทางเศรษฐศาสตร์สร้างแรงจูงใจ โดยครัวเรือนที่คัดแยกขยะจะเสียค่าธรรมเนียมน้อยลง ส่วนผู้ที่ไม่คัดแยกจะต้องชำระในอัตราที่สูงขึ้น จึงนำไปสู่การริเริ่มโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม แยกขยะลดค่าธรรมเนียม” ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีและมีคอนโดมิเนียมจำนวนมากแสดงความจำนงเข้าร่วม อย่างไรก็ตาม แม้อาคารชุดหลายแห่งมีความตั้งใจดี แต่อาจยังขาดระบบและแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับโครงสร้างอาคารสูง โครงการความร่วมมือในวันนี้
จึงเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว โดยโครงการได้คัดเลือกคอนโดมิเนียมในพื้นที่เขตคลองเตยและเขตวัฒนา จำนวน 10 แห่ง ที่มีบริบทหลากหลาย มาถอดบทเรียนเพื่อสร้างโมเดลต้นแบบการจัดการขยะที่หลากหลายและยืดหยุ่น ให้คอนโดมิเนียมอื่น ๆ ทั่วกรุงเทพฯ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ง่าย อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต และเป็นมาตรฐานที่สามารถขยายต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ รวมถึงภูมิภาคอาเซียน เพื่อร่วมกันฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม สร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจหมุนเวียน และคืนสมดุลให้โลกอย่างยั่งยืน”

H.E. Mr. Danny Annan, Ambassador of Denmark to Thailand กล่าวว่า “ประเทศเดนมาร์กได้มีการคัดแยกขยะในครัวเรือนอย่างเป็นระบบจำนวนมากถึง 10 ประเภท ทำให้สามารถรีไซเคิลขยะได้เกือบครึ่งหนึ่งของขยะครัวเรือนทั้งหมด พร้อมทั้งลดปริมาณขยะ โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย – เดนมาร์ก (SSC) ด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนและการจัดการขยะ ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมสีเขียวอย่างเป็นธรรม และการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเน้นการนำร่องโครงการจริงและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบในระยะยาว โดยความสำเร็จของการจัดการขยะอย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ผู้บริหารอาคาร หน่วยงานรัฐ และพันธมิตรระหว่างประเทศ และเดนมาร์กมีความยินดีในการร่วมมือกับประเทศไทยเพื่อการขับเคลื่อนเมืองที่สะอาดและยั่งยืนในอนาคต”
Mr. Jens Nytoft Rasmussen, Programme Manager, The Danish Environmental Protection Agency (DEPA) “ปัจจุบันกรุงเทพมหานครต้องเผชิญกับความท้าทายในการจัดการขยะ ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ส่งผลให้เกิดปัญหาดังกล่าวนั้นก็คือการขาดการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางทำให้ส่งผลกระทบต่อระบบการจัดการขยะ โดยโครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานครนี้เป็นการเปิดโอกาสในการทดลองรูปแบบการคัดแยกขยะในพื้นที่ใช้งานจริงของคอนโดมีเนียมที่ได้รับคัดเลือกในพื้นที่เขตคลองเตยและเขตวัฒนา โดยจากประสบการณ์ในประเทศเดนมาร์กพบว่าการคัดแยกขยะต้องเป็นเรื่องที่ง่าย ไม่ซับซ้อน และเข้าถึงได้สะดวก จึงได้มีการดำเนินการจัดวางถังขยะให้ใกล้กับผู้อยู่อาศัยมากขึ้นควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น การใช้สัญลักษณ์ภาพรูปแบบเดียวกันสำหรับขยะทุกประเภททั่วประเทศเพื่อให้ประชาชนชาวเดนมาร์กได้รับสารที่ตรงกัน ความสำเร็จของสัญลักษณ์ภาพนี้ได้รับความสนใจจากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งกำลังอยู่ในกระบวนการจัดทำสัญลักษณ์ภาพมาตรฐานเพื่อใช้งานร่วมกันในระดับภูมิภาคของทวีปยุโรป วิสัยทัศน์ของเรา คือ การเปลี่ยน “โครงการนำร่อง” ในวันนี้ ให้กลายเป็น “มาตรฐาน” ในวันหน้า เพราะความร่วมมือของทุกคน คือ พลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้นำด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน”
ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า “สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ในฐานะที่ปรึกษาในการดำเนินงาน “โครงการนำร่องคัดแยกขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานคร” ได้มีการลงสำรวจพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลรูปแบบการบริหารจัดการขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพฯ ภายใต้โครงการฯ นำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการวางแผนพัฒนาการบริหารจัดการขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมให้มีประสิทธิภาพ และให้มีความสอดคล้องกับนโยบาย “ไม่เทรวม” ตามข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ของกรุงเทพฯ โดยผลจากการศึกษาข้อมูลองค์ประกอบขยะมูลฝอยของคอนโดมิเนียมที่เข้าร่วมโครงการฯ พบว่าขยะมูลฝอยที่พบมากที่สุดในถังขยะทั่วไปของคอนโดมิเนียม 5 อันดับแรก ได้แก่ “ขยะอาหาร” รองลงมา คือ “กระดาษเลอะหรือเปื้อน” “พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง” “พลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้” และ “แก้ว” ตามลำดับ โดยเมื่อนำองค์ประกอบขยะมูลฝอยมาแยกประเภทพบว่า “ขยะทั่วไป” เป็นสัดส่วนองค์ประกอบของขยะมูลฝอยที่พบมากที่สุดร้อยละ 41 รองลงมา คือ “ขยะเศษอาหาร” ร้อยละ 35 “ขยะรีไซเคิล” ร้อยละ 21 และ “ขยะอันตราย” ร้อยละ 3 ตามลำดับ ทั้งนี้ การจัดการขยะของคอนโดมิเนียมให้มีประสิทธิภาพนอกจากจะมีแนวทางการพัฒนาระบบการจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับบริบทของคอนโดมิเนียมแต่ละแห่งแล้วนั้น อีกหนึ่งกลไกที่มีความสำคัญ คือ “การสื่อสารประชาสัมพันธ์” เพื่อให้ลูกบ้านและผู้พักอาศัยและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับรู้ถึงแนวทางการพัฒนาระบบการจัดการขยะและสร้างให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง รวมถึง เป็นการสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือในการคัดแยกขยะของคอนโดมิเนียมร่วมกัน โดยโครงการได้มีการจัดทำแนวทางการพัฒนาระบบการจัดการขยะครัวเรือนในคอนโดมิเนียมกรุงเทพมหานครอย่างเป็นระบบควบคู่กับการสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้อยู่อาศัยผ่านสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะที่ต้นทาง เพิ่มปริมาณวัสดุกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ลดปริมาณขยะที่ต้อง ส่งกำจัดปลายทาง และสร้างสิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืนตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)”
นอกจากนี้ ภายในงานแถลงข่าวได้มีพิธีประกาศเจตนารมณ์เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างต้นแบบการจัดการขยะอย่างยั่งยืนตามนโยบายและแผนการจัดการมูลฝอยของกรุงเทพฯ โดยมีคอนโดมิเนียมในพื้นที่เขตคลองเตยและเขตวัฒนาของกรุงเทพฯ ที่เข้าร่วมภายใต้โครงการฯ จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1) นิติบุคคลอาคารชุด ดิ เอ็มโพริโอ เพลส 2) อาคารชุด ไอดิโอคิว สุขุมวิท 36 3) สิริ แอท สุขุมวิท 4) นิติบุคคลอาคารชุด ไอดีโอ มอร์ฟ 38 คอนโดมิเนียม 5) นิติบุคคลอาคารชุด ไซมิส สุขุมวิท 48 6) 15 สุขุมวิท เรสซิเดนเซส 7) Eight Thonglor Residences 8) โครงการอาคารชุด โนเบิล บี เทอร์ตี้ทรี 9) นิติบุคคลอาคารชุด เดอะเบส และ 10) เดอะ รูม สุขุมวิท 69 พร้อมกันนี้ ได้มีองค์กรภาคีเครือข่ายจากภาคส่วนต่าง ๆ มาร่วมประกาศเจตนารมณ์อันเป็นการแสดงออกถึงความร่วมมือในการทำงาน
เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขยายผลไปยัง 50 เขตของกรุงเทพมหานคร และพื้นที่อื่น ๆ เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ตามนโยบาย “ไม่เทรวม” และสอดคล้องตามข้อบัญญัติค่าธรรมเนียมการจัดการขยะฉบับใหม่ของกรุงเทพฯ อีกด้วย
ด้วยความร่วมมือและการสนับสนุนจากองค์กรภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนจะเป็นกลไกสำคัญในการร่วมสร้างต้นแบบการบริหารจัดการขยะสำหรับคอนโดมิเนียม อันนำไปสู่การพัฒนาและยกระดับการจัดการขยะของกรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน และท้ายนี้ เตรียมตัวให้พร้อม…แล้วมาแยกขยะไปด้วยกัน เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป “คอนโดนี้…ไม่เทรวม”











