
เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เผยภาพรวมผลประกอบการประจำปี 2025 กวาดทำกำไรรวมกว่า 1.61 แสนล้านบาท เบี้ยประกันภัยรับรวม 3.67 ล้านล้านบาท พร้อมโชว์ศักยภาพการบริหารสินทรัพย์รวม ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จจากการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้กลยุทธ์ “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” เตรียมเสริมแกร่งให้ธุรกิจดึง เทคโนโลยี AI เพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินงานให้แก่เจนเนอราลี่ ทั่วโลก
มร.ฟิลิปป์ ดอแนต์ (Mr. Philippe Donnet) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเจนเนอราลี่ กรุ๊ป กล่าวว่า ‘‘ในปี 2025 ที่ผ่านมา เจนเนอราลี่กรุ๊ป สามารถสร้างผลประกอบการสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับเป็นหมุดหมายสำคัญ ที่ตอกย้ำความสำเร็จในปีแรกของการขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์ “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” และยืนยันการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่องให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เราได้ยกระดับบทบาทการเป็น ‘Lifetime Partner’ ที่แท้จริงให้กับลูกค้าทุกคน ด้วยการมอบการคุ้มครอง ความมั่นคงและความอุ่นใจ ความเป็นเลิศในขีดความสามารถหลักสะท้อนผ่านผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจประกันวินาศภัย (P&C) จากความสามารถในการทำกำไรทางเทคนิคที่โดดเด่น ควบคู่กับเงินไหลเข้าใหม่ของธุรกิจประกันชีวิตที่อยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ตอกย้ำความเป็นผู้นำของเจนเนอราลี่ในตลาดยุโรปและคุณภาพของธุรกิจใหม่ ขณะที่ธุรกิจบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยเงินไหลเข้าสุทธิที่แข็งแกร่ง พร้อมเร่งการปรับรูปแบบการดำเนินงานผ่าน AI ดิจิทัล และระบบอัตโนมัติ ควบคู่ความก้าวหน้าอย่างชัดเจนด้านความยั่งยืน”ส่งผลให้ผลประกอบการปี 2025 ที่ผ่านมา เจนเนอราลี่ กรุ๊ปสามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมี เบี้ยประกันภัยรับรวม (Gross Written Premiums) อยู่ที่ 98.1 พันล้านยูโร หรือประมาณ 3.67 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% ซึ่งได้รับแรงหนุนสำคัญจากผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมของ ธุรกิจประกันวินาศภัย (P&C) ที่เติบโตถึง 7.6% ขณะที่ธุรกิจประกันชีวิต มีกระแสเงินสดรับสุทธิจากประกันชีวิต (Life Net Inflows) เติบโตอย่างโดดเด่นแตะระดับ13.5 พันล้านยูโร หรือ 5.05 แสนล้านบาท โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ด้านความคุ้มครองและสุขภาพ รวมถึงผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (Unit-Linked & Hybrid) เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่ (New Business Value) เพิ่มขึ้นเป็น 3.1 พันล้านยูโร หรือ1.16 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2%
จากปัจจัยบวกในทุกกลุ่มธุรกิจ ส่งผลให้ ผลกำไรจากการดำเนินงาน(Operating Result) พุ่งทะยานสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 8 พันล้านยูโร หรือ2.99 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% พร้อมกันนี้ยังทำสถิติกำไรสุทธิหลังปรับปรุง (Adjusted Net Result) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.3 พันล้านยูโร หรือ 1.61 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง14.5% ขณะที่กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) เพิ่มขึ้นเป็น2.85 ยูโร หรือ 106.67 บาท ต่อหุ้น เติบโตขึ้น 16.2% สะท้อนถึงศักยภาพอันแข็งแกร่งในการสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้น และยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่มั่นคงในระดับสูงสุด มีอัตราส่วนการดำรงเงินกองทุน (Solvency Ratio) อยู่ที่ 219% เพิ่มขึ้นจาก 210% ในปี 2024 ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการสร้างเงินกองทุนอย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำความพร้อมในการรองรับความเสี่ยงและเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนกลยุทธ์ในอนาคต
ทางด้านธุรกิจบริหารสินทรัพย์และความมั่งคั่ง (Asset & Wealth Management) ยังคงรักษาแรงส่งในทิศทางบวก โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจบริหารสินทรัพย์ที่เติบโตขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) เพิ่มสูงขึ้นถึง 900 พันล้านยูโร หรือ33.69 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% โดยธุรกิจบริหารสินทรัพย์มีเงินไหลเข้าสุทธิ 16 พันล้านยูโร หรือ5.99 แสนล้านบาท
“จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งควบคู่กับสถานะเงินกองทุนที่มั่นคงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการสร้างผลตอบแทนที่เติบโตให้แก่ผู้ถือหุ้น บริษัทจึงเสนอการเพิ่มเงินปันผลต่อหุ้นอีกครั้ง พร้อมเดินหน้าโครงการซื้อคืนหุ้นมูลค่า 500 ล้านยูโรสำหรับปี 2026 โดยความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความทุ่มเทของพนักงานและตัวแทนที่ปรึกษาทุกคน ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเริ่มต้นแผนกลยุทธ์ครั้งนี้”มร.ฟิลิปป์ ดอแนต์ กล่าวเสริม
ภายใต้แผนกลยุทธ์ Lifetime Partner 27: Driving Excellence เจนเนอราลี่ มุ่งขับเคลื่อนองค์กรด้วยการเสริมความแข็งแกร่งด้านความสัมพันธ์กับลูกค้า ขีดความสามารถหลัก และรูปแบบการดำเนินงานของกลุ่ม โดยยึด 3 รากฐานสำคัญ ได้แก่ บุคลากร เทคโนโลยี AI และข้อมูล ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนเป็นรากฐาน กลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีกำไรในทุกกลุ่มธุรกิจ ควบคู่การพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าในทุกช่วงชีวิต การบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน












