- อลิอันซ์ อยุธยา เปิดเวที Health Talk สำรวจสิทธิการรักษาคนไทย พร้อมแผนสำรองเพื่อเข้าถึงทางเลือกที่ดีที่สุด รับมือเงินเฟ้อทางการแพทย์พุ่ง 14%
- “ป้องกัน-ตรวจเร็ว-ประกันก่อนป่วย” สูตรสำเร็จที่จะช่วยให้ชนะโรคร้ายทั้งในเชิงสุขภาพและการเงิน
- พลิกมุมมองโรคร้าย ชวนสัมผัส “Cancer City” ซ้อมรับมือวิกฤตสุขภาพในวันที่ยังมีโอกาสเลือก

บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดพื้นที่เรียนรู้รูปแบบใหม่ ชวนคนไทยทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรับมือกับโรคมะเร็ง ผ่านโซนกิจกรรมพิเศษ “Cancer City: Live Experience เตรียมตัวเป็นมะเร็ง” ภายในงาน Death Fest 2026 พร้อมอัปเดตข้อมูลดีๆจากเวทีเสวนา Health Talk บนเวทีกลางของงาน Death Fest ในหัวข้อ “สิทธิ การรักษา ค่าใช้จ่าย ในโลกมะเร็ง: มีทางเลือกอะไรที่คนไทยควรรู้” สะท้อนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทย ความก้าวหน้าของการรักษา รวมถึงประเด็นสำคัญเกี่ยวกับสิทธิการรักษา ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ และทางเลือกในการวางแผนรับมือกับโรคร้าย
การเสวนาครั้งนี้ ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายภาคส่วนร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ นพ.ธนกร เจริญธนดล แพทย์อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ นพ.ธรธเนศ อายานะ คณะแพทย์ที่ปรึกษาและที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ สมาคมประกันวินาศภัยไทย และ มร. โทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยมี ทิน โชคกมลกิจ เป็นผู้ดำเนินรายการ

นพ.ธนกร เจริญธนดล แพทย์อายุรศาสตร์มะเร็งวิทยา โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ฉายภาพให้เห็นสถานการณ์ผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทย ว่ามีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 386 คนต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นปีละกว่า 140,000 คน โดยมะเร็งที่พบมากที่สุด 3 อันดับแรกในไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ ประเด็นที่น่าจับตา คือ แนวโน้มการพบผู้ป่วยในกลุ่มที่มี อายุน้อยกว่า 50 ปีเพิ่มมากขึ้น โดยสาเหตุหลักถึง 3 ใน 4 เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการเลือกรับประทานอาหาร ขณะที่สาเหตุจากกรรมพันธุ์มีเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น ที่สำคัญคือ มะเร็งที่พบในกลุ่มคนอายุน้อยมักมีความรุนแรงกว่าที่พบในกลุ่มผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตนี้ วิวัฒนาการทางการแพทย์ได้ก้าวหน้าไปมากจนเข้าสู่ยุค “การแพทย์แม่นยำ” (Precision Medicine) จากเดิมที่ต้องพึ่งพาการผ่าตัด ฉายแสง หรือเคมีบำบัด (คีโม) ซึ่งเปรียบเสมือนการยิงปืนใหญ่หรือทิ้งระเบิดปูพรมทำลายทั้งเซลล์ดีและเซลล์ร้ายพร้อมกัน ปัจจุบันมีนวัตกรรมอย่าง ยามุ่งเป้า ที่ทำงานเหมือนการตัดกระแสไฟฟ้าเฉพาะจุดยับยั้งเซลล์มะเร็งโดยตรง ทำให้มีผลข้างเคียงน้อยลง รวมถึง ยา กลุ่มภูมิคุ้มกันบำบัด ที่เปรียบเสมือนการส่งกองกำลังทหารไปกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้แข็งแรงเพื่อจัดการกับมะเร็ง ตลอดจนการใช้ยามุ่งเป้าควบคู่กับเคมีบำบัดที่ทำงานเหมือนขีปนาวุธนำวิถี ล็อกเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ เพิ่มโอกาสหายขาดและลดความทรมานของผู้ป่วย
“การรักษามะเร็งในปัจจุบันเป็นการรักษาแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Medicine) วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความพร้อมของร่างกายและชนิดของมะเร็ง แม้จะเป็นมะเร็งชนิดเดียวกันแต่วิธีการรักษาอาจแตกต่างกันไป การใช้ยาที่ตรงจุดและแม่นยำมากขึ้นนอกจากจะเพิ่มโอกาสหายขาดและลดการกลับมาเป็นซ้ำแล้ว ยังช่วยให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยสามารถติดตามดูแลได้ต่อเนื่องเหมือนกับโรคเรื้อรังอื่นๆ”

ด้าน นพ.ธรธเนศ อายานะ คณะแพทย์ที่ปรึกษาและที่ปรึกษาคณะกรรมการประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ระบุว่าอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) หรือค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กำลังเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสุขภาพไทย เนื่องจากมีอัตราสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อปกติถึง 10 เท่า ส่งผลให้ค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูงขึ้นทุกปีตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์
“ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คนไทยอาจแบกรับค่าเบี้ยประกันไม่ไหวจนตัวเลขผู้ทำประกันลดลง สำหรับใครที่หวังพึ่งสิทธิการรักษาพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นสิทธิบัตรทอง ประกันสังคม หรือสวัสดิการข้าราชการ แม้จะครอบคลุมการรักษามาตรฐานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่มักมีข้อจำกัดด้านงบประมาณสำหรับเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือยามุ่งเป้าราคาสูง ทำให้เกิด ‘ช่องว่าง’ ที่ผู้ป่วยต้องควักเงินจ่ายเองหากต้องการทางเลือกการรักษาที่ดีที่สุด ลำพังเพียงค่ารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าในวันนี้ อาจต้องเตรียมเงินสำรองไว้อย่างน้อย 3-4 ล้านบาท หรือเฉลี่ยหลักแสนบาทต่อเดือน ดังนั้นการมีประกันสุขภาพจึงเป็นทางเลือกสำคัญที่ช่วยให้เข้าถึงการแพทย์แม่นยำได้จริง”

ปิดท้ายด้วย มร. โทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่าคงไม่มีใครอยาก “ถูกล็อตเตอรี่” ที่เรียกว่าโรคร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นมะเร็ง โรคหัวใจ หรือสโตรก เพราะสิ่งที่ตามมาคือค่าใช้จ่ายที่สูงมหาศาล ซึ่งไม่ใช่ทุกคนจะพร้อมรับความเสี่ยงนี้เพียงลำพัง บริษัทประกันเอกชนจึงเข้ามามีบทบาทสนับสนุนระบบสุขภาพไทยผ่านหลักการ รวมความเสี่ยง (Risk Pooling)

“สมมติคนสุขภาพดี 100 คนนำเงินมากองรวมกัน เมื่อมี 1 คนป่วย เงินกองกลางนั้นจะถูกเฉลี่ยไปให้คนที่จำเป็นต้องใช้ก่อน หัวใจของหลักการนี้ คือ ทั้ง 100 คนต้องเริ่มทำประกันในวันที่สุขภาพยังดี เพื่อความยุติธรรมต่อสมาชิกทุกคนในกองทุน และนั่นคือเหตุผลสำคัญว่าทำไมเราจึงควรตัดสินใจซื้อประกันสุขภาพในตอนที่ร่างกายยังแข็งแรงที่สุด”
ทั้งนี้ มร. โทมัส ยังได้แนะนำ 3 เคล็ดลับรับมือโรคร้าย เริ่มจากการป้องกัน (Prevention) ด้วยการคุมอาหารและออกกำลังกาย, ตรวจคัดกรองเร็ว (Early Detection) เพื่อเพิ่มโอกาสหายและลดค่ารักษา และการวางแผนการเงิน (Financial Planning) โดยทำประกันสุขภาพในวันที่ร่างกายแข็งแรงที่สุดเพื่อให้ได้รับความคุ้มครองครบถ้วน ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวยังสามารถขอรับความคุ้มครองได้ผ่านกระบวนการพิจารณารับประกัน (Underwriting) เพื่อความยุติธรรมของสมาชิกในกองทุน โดย อลิอันซ์ อยุธยา พร้อมเดินเคียงข้างลูกค้าด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกในการรักษาอย่างรวดเร็ว ในช่วงเวลาที่ผู้ป่วยต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด

นอกเหนือจากสาระเข้มข้นบนเวทีเสวนา อลิอันซ์ อยุธยา ยังเนรมิตโซน “Cancer City: Live Experience” เพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ผ่านประสบการณ์จำลอง เพราะในเมื่อมะเร็งไม่เลือกคนและไม่เรียงคิว พื้นที่นี้จึงเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลอง “ซ้อมเป็นมะเร็ง” ตั้งแต่วินาทีที่นั่งฟังผลวินิจฉัย การทำความเข้าใจความกลัวและความกังวลในจิตใจ ไปจนถึงประตูสุดท้ายที่ให้เปิดโฮกาสให้ทุกคนเลือกว่าจะสู้จนสุดใจ หรือจะจากไปอย่างหมดห่วง ซึ่งการร่วมงาน Death Fest 2026 ในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทของ อลิอันซ์ อยุธยา ในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้เท่าทันความเสี่ยง โดยเปลี่ยนความกลัวเป็นความพร้อมผ่านความเข้าใจทั้งด้านนวัตกรรมการรักษาและการจัดการการเงินอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีทางเลือกในการเข้าถึงการรักษาที่ดีที่สุดในทุกจังหวะของชีวิต






