
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดสัมมนา “กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ” ภายใต้แนวคิด “Unlocking The New Route : ปลดล็อกความรู้กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ขยายความรู้สู่ภูมิภาค หนุน SMEs ไทย ใช้กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสร้างสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ
นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยภายหลัง เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎหมายว่าด้วยหลักประกันทางธุรกิจ” (8 เมษายน 2569) ครั้งที่ 2 ภายใต้แนวคิด “Unlocking The New Route : ปลดล็อกความรู้ กฎหมายหลักประกันทางธุรกิจ” ณ โรงแรมกรีนเลค รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจาก จ.เชียงใหม่ เป็นพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ และเป็นศูนย์กลางธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง การจัดกิจกรรมในพื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้และมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างทั่วถึง ลดข้อจำกัดด้านเงินทุน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในระยะยาวการสัมมนาในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญ สร้างความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ.2558 ซึ่งเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ เช่น สิทธิเรียกร้อง สินค้าคงคลัง เครื่องจักร หรือทรัพย์สินทางปัญญา มาใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์แบบเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับ SMEs โดยกรมฯ ได้จัดบรรยายพิเศษและเวทีเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย การเงิน และภาคธุรกิจ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์จริงจากการนำกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจไปใช้ รวมถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ การจัดทำเอกสาร การประเมินทรัพย์สิน และขั้นตอนการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีการให้คำปรึกษาเชิงลึกแบบครบวงจร เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง
นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนการจัดสัมมนาในส่วนภูมิภาคอีก 2 ครั้ง คือ จังหวัดขอนแก่นและจังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับการเข้าถึงองค์ความรู้และนวัตกรรมทางการเงินให้แก่ผู้ประกอบการอย่างครอบคลุม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานราก และผลักดันให้กลุ่ม SMEs สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว“การส่งเสริมความรู้ด้านกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพ SMEs ไทย ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น รวมถึงมีสภาพคล่องทางการเงินและเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต รองอธิบดีจิตรกรฯ กล่าวสรุป
ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 29 มีนาคม 2569) มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจมากกว่า 913,281 คำขอ คิดเป็นมูลค่ากว่า 22,814,052 ล้านบาท โดยทรัพย์สิน 3 ประเภทที่ธุรกิจนำมาใช้เป็นหลักประกันมากที่สุด คือ 1.สิทธิเรียกร้อง (สิทธิในบัญชีเงินฝาก) 2.สังหาริมทรัพย์ และ 3.ทรัพย์สินทางปัญญา สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของกฎหมายดังกล่าวในการสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจไทยในส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือ พบว่า มีการจดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ จำนวน 15,259 คำขอ คิดเป็นมูลค่ากว่า 257,388,038,257 ล้านบาท โดยทรัพย์สิน 3 ประเภทที่ธุรกิจนำมาใช้เป็นหลักประกันมากที่สุด คือ 1.สินค้าคงคลัง/วัตถุดิบ 2.รถยนต์ และ 3.สิทธิเรียกร้อง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองทะเบียนบริษัทมหาชนและหลักประกันทางธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2547 5048-9 Call Center 1570 อีเมล stro@dbd.go.th และเว็บไซต์ www.dbd.go.th












