
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำ 30 ผู้ประกอบการชุมชน ร่วมงาน “OTOP City 2025” รวมสุดยอดสินค้าคุณภาพดี ฝีมือสุดประณีต ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นและอัตลักษณ์โดดเด่นที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ (New Collection) ‘แมวมงคลKONJA โกนจา’ นำไปเป็นของขวัญของฝากปีใหม่สุดประทับใจทั้งผู้ให้และผู้รับ พบกันที่บูทแสดงสินค้ากระทรวงพาณิชย์ (SMART Local Pavilion) ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 เมืองทองธานีวันที่ 20 – 28 ธันวาคม 2568 คาด!!…สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เข้าเยี่ยมชมบูธแสดงสินค้ากระทรวงพาณิชย์ (SMART Local Pavilion) ภายในงาน OTOP City 2025 และให้กำลังใจผู้ประกอบการชุมชนที่เข้าร่วมออกบูธ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 20 – 28 ธันวาคม 2568 กรมพัฒนาธุรกิจการค้านำผู้ประกอบการชุมชนที่ได้รับการส่งเสริมพัฒนาจากหน่วยงานภายในกระทรวงพาณิชย์ 30 รายทั่วประเทศ เข้าร่วมงาน OTOP City 2025 ซึ่งจัดขึ้น ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 เมืองทองธานี โดยคัดสรรผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดี สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ไทยร่วมสมัย ให้ได้เลือกชม เลือกชอป อาทิ *ตุ๊กตามวยไทยจากเส้นใยผักตบชวาขึ้นรูป วิสาหกิจชุมชนบ้านผักตบชวาไม้ตรา จ.พระนครศรีอยุธยา *ผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติแม่อิง จ.พะเยา *เครื่องใช้จากไม้แบรนด์ AWA จ.นนทบุรี *กระเป๋าจักสานกระจูดร่วมสมัยปักลาย แบรนด์กระจูดบ้านเรา จ.พัทลุง*ผ้าขาวม้าหมักโคลน กลุ่มทอผ้าพื้นเมืองบ้านสะง้อ (ดารานาคี) จ.บึงกาฬ *เสื่อจันทบูร กลุ่มสตรีทอเสื่อกก บ้านเสม็ดงาม จ.จันทบุรี เป็นต้น

ไฮไลต์สำคัญของงานในครั้งนี้ คือ “New Year Lucky Bag by DBD” ถุงสุ่มมีดี ของดีจากชุมชนที่รวบรวมผลิตภัณฑ์ชุมชนใน Pavilion กระทรวงพาณิชย์ มาจำหน่ายในรูปแบบ Lucky Bag ราคาพิเศษ เฉพาะในงานOTOP City 2025 นี้เท่านั้น นอกจากผู้บริโภคจะได้ร่วมสนุก ลุ้นของดีในราคาเข้าถึงง่ายแล้ว ควบคู่ไปกับประสบการณ์การเลือกซื้อสินค้าที่สนุกและแปลกใหม่ สามารถนำไปเป็นของฝากของกำนัลช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ยังสามารถสร้างกระแสให้ผลิตภัณฑ์ชุมชนไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นอีกด้วย
อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า ภายในงานฯ กรมฯ ยังมีโซนจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์เบญจมู (Benjamoo) โดยมีแมวมงคล “KONJA โกนจา” เป็นผลิตภัณฑ์แรกของแบรนด์ เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี ความเป็นสิริมงคล และนำมาซึ่งสิ่งที่ดีดีทั้งปัจจุบันและอนาคต เกิดจากการรวมพลังเครือข่ายผู้ประกอบการชุมชนมีดี ภายใต้กิจกรรม SMART Local METRIX-D ของกรมฯ ที่ได้นำเอกลักษณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และจุดเด่นสินค้าของตนเองมาถ่ายทอดผ่านการออกแบบ จนเกิดเป็นแบรนด์ ‘เบญจมู’ ทั้งนี้ ภายในงานฯ ยังเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้ร่วมกันรังสรรค์อย่างต่อเนื่อง เน้นการพัฒนาสินค้าใหม่ที่สะท้อนตัวตนของชุมชนไทยร่วมสมัย ถือเป็นก้าวแรกของการต่อยอดธุรกิจเครือข่ายสร้างสรรค์ที่แข็งแรงกว่าเดิม
นอกจากนี้ที่โซน “มีดี มีของใหม่” ได้เปิดตัว “ผลิตภัณฑ์ใหม่”(New Collection) ของผู้ประกอบการที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษเน้นความทันสมัย ใช้งานได้จริง พร้อมเปิดจำหน่ายภายในงานนี้เป็นที่แรก อาทิ *THE NEW COLLECTION HAND BAG WOVEN FABRIC กระเป๋าผ้าทอ แบรนด์ INDY GO จ.สกลนคร *Cracked serenity ผ้ามัดย้อมมูลวัวนม แบรนด์ มัดมอวาลู จ.สระบุรี *กระเป๋า Lucky day แบรนด์ Nineshop99 จ.เชียงราย *กระเป๋าเสื่อลายกกเหล่าพัฒนาวิสาหกิจชุมชนสหกรณ์จักสานตำบลเหล่าพัฒนา(สานกกครูเรือง) จ.นครพนม *พวงกุญแจผลึกนิล แบรนด์นิล ณ กาญจน์ จ.กาญจนบุรี เป็นต้นเหมาะเป็นของฝากของกำนัลในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ ทั้งนี้ โซนมีดี มีของใหม่ได้รับการออกแบบให้เป็นจุดสร้างประสบการณ์ใหม่แก่ผู้เข้าร่วมงานที่สามารถสัมผัสกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคัดสรรค์เป็นพิเศษ สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่มีกลิ่นอายการออกแบบที่ร่วมสมัย จัดแสดงอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ดึงดูดทุกช่วงวัยในบรรยากาศเทศกาลปลายปีอย่างอบอุ่นการนำผู้ประกอบการ 30 ราย เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของแผนส่งเสริมและพัฒนาด้านการตลาดให้แก่ผลิตภัณฑ์ชุมชน เพื่อเสริมศักยภาพการประกอบธุรกิจให้เข้มแข็ง ด้วยการประยุกต์ใช้นวัตกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ที่เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการไทย ตามแนวคิด “กระตุ้นสั้นได้ผลยาว กระจายตัว” ด้วยการนำสินค้าชุมชนสู่ตลาดใหญ่ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกิดผลอย่างรวดเร็วและทันที เพื่อเพิ่มระดับศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ให้เกิดกระจายตัวของเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการวางรากฐานการเติบโตในอนาคต เสริมเศรษฐกิจฐานรากของประเทศอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ คาดว่าตลอดการจัดงาน 9 วัน จะสามารถสร้างยอดขายให้ผู้ประกอบการที่ร่วมออกงานทั้ง 30 ราย ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ทั้งยอดขายภายในงานและคำสั่งซื้อของคู่ค้าในอนาคต นับเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์ชุมชนเข้าสู่ตลาดอย่างมีภาพลักษณ์ใหม่ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่ม และทำให้สินค้าไทยร่วมสมัยขึ้น พร้อมต้อนรับเทศกาลปีใหม่ด้วยพลังสร้างสรรค์อย่างเต็มรูปแบบ
โอกาสนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสอัตลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่ได้ถ่ายทอดเรื่องราวอันทรงคุณค่า พร้อมร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนไทยและสินค้าไทย ภายในงาน OTOP City 2025ระหว่างวันที่ 20 – 28 ธันวาคม 2568 ณ SMART Local Pavilion กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี รวมถึงช่องทางจำหน่ายสินค้าออนไลน์ให้เลือกซื้อเพิ่มเติมได้หลังจบงาน” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย













