
- โรงงานของ Lenzing ในประเทศไทยเริ่มผลิตเส้นใย lyocell สำหรับวัสุดไม่ถักทอ (Nonwoven) สะท้อนอีกหนึ่งก้าวสำคัญของบริษัท
- โรงงานแห่งนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับความต้องการในเอเชียโดยการผลิตภายในภูมิภาค ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของอุปทานเส้นใย lyocell ในเอเชีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการขนส่ง ด้วย lead time ที่สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ
- การขยายกำลังการผลิตครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Lenzing ในการสนับสนุนการใช้เส้นใยที่มีความรับผิดชอบและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในภูมิภาค
ปราจีนบุรี (ประเทศไทย), 31 มีนาคม 2569 – VEOCEL™ แบรนด์เส้นใย Nonwoven ภายใต้ Lenzing ขยายการผลิตที่โรงงานในจังหวัดปราจีนบุรี โดยนับเป็นการเริ่มผลิตเส้นใย lyocell สำหรับ Nonwoven ครั้งแรกในเอเชีย โรงงานแห่งนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2565มีกำลังการผลิต 100,000ตันต่อปี โดยก่อนหน้านี้มุ่งเน้นการผลิตเส้นใยสำหรับสิ่งทอ และปัจจุบันสามารถผลิตเส้นใย lyocell สำหรับ Nonwoven ภายใต้แบรนด์ VEOCEL™ ได้โดยตรง เพื่อตอบสนองความต้องการในตลาดเส้นใยดังกล่าวผลิตจากวัตถุดิบจากไม้และสามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ1 และเป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ Nonwoven คุณภาพสูง ครอบคลุมตั้งแต่ผ้าเช็ดทำความสะอาดสำหรับเด็ก แผ่นมาส์กหน้า ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ด้านสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน
ตอบโจทย์เอเชียด้วยการผลิตในภูมิภาค
ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปี Lenzing เป็นผู้นำด้านการผลิตเส้นใย lyocell โดยขับเคลื่อนความยั่งยืน พัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง และยกระดับมาตรฐานของเส้นใยเซลลูโลส การขยายการผลิตครั้งนี้ช่วยให้เส้นใยเข้าถึงลูกค้าและพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรม Nonwoven ทั่วเอเชียได้ใกล้ยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของ VEOCEL™ ที่มีต่อภูมิภาค ด้วยการผลิตในประเทศไทย ผู้ผลิตและแบรนด์พาร์ทเนอร์สามารถวางใจในความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานที่ดียิ่งขึ้น พร้อม lead time ที่สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ

การผลิตภายในภูมิภาคยังช่วยลดระยะทางในการขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยการจัดหาเส้นใยจากแหล่งผลิตในเอเชียแทนการนำเข้าจากโรงงาน lyocell ของ Lenzing ในออสเตรีย ช่วยลดความจำเป็นในการขนส่งข้ามทวีป สิ่งนี้มีส่วนสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการขนส่ง และสนับสนุนความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมของทั้ง Lenzing และพันธมิตรในเอเชีย
เอเชีย” แพทริเซีย เอ. ซาร์เจนท์ Executive Vice President, Nonwovens ของLenzing AG กล่าวในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 18มีนาคม 2569 ณ จังหวัดปราจีนบุรี “ปัจจุบัน เรามีความพร้อมอย่างยิ่งในการสนับสนุนลูกค้าของเราด้วยความรวดเร็ว ความมั่นคง และความยั่งยืนที่ดียิ่งขึ้น เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความร่วมมือที่ได้สร้างขึ้นมา และเชื่อว่ายังมีโอกาสอีกมากในอนาคต เราเชื่อว่าความก้าวหน้าที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้เมื่อเราก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน ด้วยการนำเสนอเส้นใย lyocell จากไม้ที่สามารถย่อยสลายได้ และมีแหล่งผลิตในภูมิภาค เราจึงสามารถสนับสนุนพันธมิตรในเอเชียในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ผ้าเช็ดทำความสะอาด (wipes) และสินค้าด้านสุขอนามัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากการขนส่งในระดับโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ”
ต่อยอดบนรากฐานแห่งความยั่งยืน
โรงงานในจังหวัดปราจีนบุรีสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Lenzing ในการผลิตเส้นใยอย่างมีความรับผิดชอบ โดยการผลิตเส้นใย VEOCEL™ Lyocell ใช้กระบวนการผลิตแบบปิด (closed-loop) ที่มีประสิทธิภาพด้านการใช้ทรัพยากร และช่วยลดการปล่อยมลพิษทางอากาศและน้ำในระดับต่ำ2 โรงงานแห่งนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของ Lenzing โดยตั้งเป้าใช้พลังงานชีวมวล 95% ภายในปี 2570 และบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนใน Scope 1 และ 2 ภายในปี 25733

“โรงงานในประเทศไทยของเราถูกออกแบบโดยคำนึงถึงการเติบโตในอนาคตและเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศที่ท้าทายของเรา”กฤษณะ มันดา Global Head of Sustainability ของ Lenzing Group กล่าว “การขยายขีดความสามารถของโรงงานสำหรับเส้นใย VEOCEL™ สะท้อนถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในนวัตกรรมที่ยั่งยืน เมื่อสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มรูปแบบ จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรม Nonwoven ในภูมิภาคให้เปลี่ยนผ่านจากเส้นใยสังเคราะห์จากฟอสซิลไปสู่ทางเลือกที่ย่อยสลายได้จากเซลลูโลส เราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเสริมสร้างความร่วมมือและก้าวไปข้างหน้าร่วมกันในบทใหม่ของการเติบโตนี้”

โรงงานแห่งนี้ใช้กระบวนการผลิตที่ได้รับการปรับให้เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ ความสบายต่อผิวสัมผัส และคุณสมบัติด้านความยั่งยืนที่เป็นจุดเด่นของ VEOCEL™ โดยการเชื่อมโยงการผลิตในระดับท้องถิ่นเข้ากับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล Lenzing เดินหน้าพัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเส้นใยที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม











