
เมื่อเกิดเหตุท่อประปาแตกรั่ว ย่อมส่งผลให้น้ำประปารั่วไหลทิ้งอย่างเสียเปล่า ถือเป็นการสูญเสียทรัพยากรสำคัญของชาติอย่างน่าเสียดาย การประปานครหลวง (กปน.) ในฐานะผู้ผลิตและให้บริการน้ำประปาสะอาด ปลอดภัย ดื่มได้อย่างมั่นใจในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ จึงมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำสูญเสียตามมาตรฐานและแนวทางของ International Water Association (IWA) ซึ่งสอดรับกับเป้าหมายตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี โดยให้ความสำคัญกับการลดปริมาณน้ำสูญเสียอันเกิดจากเหตุท่อประปาแตกรั่ว ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบจุดรั่ว : กปน. มีความพยายามในการค้นหาจุดแตกรั่วเชิงรุก เริ่มตั้งแต่การเฝ้าระวังผ่านระบบอัจฉริยะ (Monitor) การออกแบบกิจกรรมสำรวจหาท่อรั่ว (Design Step Test) ปฏิบัติการและวิเคราะห์ผล (Execute) การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเดินสำรวจ (Survey) อาทิ เครื่องฟังเสียงท่อรั่วใต้พื้นผิวจราจรแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Listening Stick) อุปกรณ์ฟังเสียงรั่วเบื้องต้น ตามจุดวาล์วและข้อต่อ (Acoustic Rod) อุปกรณ์ขยายเสียงรั่วใต้พื้นผิวจราจรเพื่อจำกัดวง (Geophone) การประมวลผลคลื่นเสียงด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อชี้จุดรั่วระดับเซนติเมตร (Leak Noise Correlator) เป็นต้น เพื่อนำไปสู่การซ่อมที่ตรงจุด ลดพื้นที่การขุดเปิดพื้นผิวถนน/ทางเท้า และลดผลกระทบต่อประชาชน
นอกจากการดำเนินงานเชิงรุกของ กปน. แล้ว “ประชาชน” ถือเป็นกำลังสำคัญในการช่วยลดน้ำสูญเสียอย่างแท้จริง ด้วยการแจ้งเหตุท่อประปาแตกรั่ว น้ำไหลผิดปกติ หรือเหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดการสูญเสียของน้ำประปา ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งสามารถแจ้งได้ทันทีผ่าน MWA Call Center โทร. 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือผ่านแอปพลิเคชัน MWA onMobile LineOA ช่องทางออนไลน์ภายใต้ชื่อ MWAthailand และสำนักงานประปาสาขาทุกแห่ง เพื่อให้ กปน. เข้าดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที
ขั้นตอนที่ 2 วางแผนการซ่อม : เนื่องจากท่อประปามีหลายขนาด หลายวัสดุ อยู่ในสภาพพื้นที่แตกต่างกัน จึงต้องเลือกใช้วิธีการซ่อมและช่วงเวลาในการซ่อมที่มีความเหมาะสมมากที่สุด เช่น ท่อขนาดเล็กมักใช้วิธีการเปลี่ยนท่อใหม่ทดแทนส่วนที่เสียหาย และสามารถดำเนินการในช่วงเวลากลางวันได้ ส่วนท่อขนาดใหญ่มักใช้วิธีการเชื่อมปิดรอยรั่ว ซึ่งมีทั้งการเชื่อมภายนอกท่อ และเชื่อมภายในท่อโดยนักประดาน้ำ หรือในบางกรณีก็มีความจำเป็นต้องใช้วัสดุอุดรอยรั่วไว้เป็นการชั่วคราวก่อนซ่อมถาวรในภายหลัง แต่หากบางครั้งเกิดเหตุท่อขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายรุนแรง ก็มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนท่อใหม่ทดแทนส่วนที่เสียหายเช่นกัน โดยจะเน้นดำเนินการในช่วงเวลากลางคืน เพื่อลดผลกระทบแก่ประชาชน ซึ่งแต่ละวิธีก็ต้องใช้ระยะเวลามากน้อยแตกต่างกันไป หรือหากพื้นที่หน้างานเจออุปสรรคเพิ่มเติม ทั้งสิ่งกีดขวางใต้ดิน หรือสภาพบ่องาน หรือแม้แต่สภาพอากาศ ก็เป็นเหตุให้ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า อันจะส่งผลต่อระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินงานเช่นกัน ซึ่งในขั้นตอนนี้ รวมถึงการวางแผนปิดประตูน้ำ เพื่อหยุดการรั่วไหลของน้ำ และช่วยให้สามารถเริ่มต้นงานซ่อมต่อไป โดยกระทบต่อการใช้น้ำของประชาชนน้อยที่สุด
ขั้นตอนที่ 3 ซ่อมด้วยมาตรฐานวิศวกรรม : กปน. เลือกใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้การควบคุมงานที่ได้มาตรฐานทางด้านวิศวกรรม โดยทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์ เพื่อให้งานซ่อมมีความแข็งแรง ทนทาน ลดโอกาสเกิดการแตกรั่วซ้ำที่จุดเดิม
ขั้นตอนที่ 4 การระบายตะกอนตกค้าง : ภายหลังการซ่อมท่อแล้วเสร็จ จะมีการระบายน้ำออกจากระบบท่อ เพื่อระบายตะกอนที่อาจตกค้างอยู่ในเส้นท่อให้หมดไป รวมถึงระบายฟองอากาศที่ติดค้างในเส้นท่อ (Air Lock) ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อการไหลของน้ำ
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจคุณภาพน้ำก่อนเปิดน้ำเข้าสู่ระบบ : ภายหลังจากการระบายน้ำออกจากระบบท่อ จะมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ทั้งด้านความใส (มีค่าความขุ่นต่ำกว่า 1 NTU) และด้านความสะอาด (ค่าคลอรีนคงเหลือ ไม่ต่ำกว่า 0.2 mg/L) เมื่อได้ตามมาตรฐานแล้ว จึงเสร็จสิ้นกระบวนการระบายน้ำ และเตรียมคืนระบบส่งจ่ายน้ำประปาให้แต่ละครัวเรือนต่อไป โดยที่ในระบบท่อประปา ก็จะมีจุดตรวจวัดคุณภาพน้ำกระจายอยู่อย่างครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ เพื่อให้มั่นใจได้ว่า น้ำทุกหยดที่ส่งถึงบ้านคุณล้วนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน
ขั้นตอนที่ 6 คืนระบบประปาอย่างระมัดระวัง : การทยอยเปิดประตูน้ำ เพื่อส่งจ่ายน้ำคืนสู่ระบบ เป็นไปเพื่อควบคุมแรงดันน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับอุปกรณ์ระบบประปา ลดโอกาสเกิดความเสียหาย และท่อแตกรั่วซ้ำ เมื่อระบบมีเสถียรภาพแล้ว จึงทยอยปรับเพิ่มแรงดันจนกลับคืนสู่สภาวะปกติ จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่เริ่มต้นปิดประตูน้ำเพื่อดำเนินการซ่อมท่อประปา จนถึงการเปิดประตูน้ำเพื่อคืนระบบส่งจ่ายน้ำประปากลับสู่สภาวะปกติ มีสิ่งที่ต้องดำเนินการหลายขั้นตอน ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น แต่ก็เป็นเหตุจำเป็นให้ต้องดำเนินการ เพื่อลดปริมาณน้ำสูญเสีย อันเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติ ซึ่ง กปน. ให้คำมั่นสัญญาว่า จะยึดหลักการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ใช้ระยะเวลาให้น้อยที่สุด และลดผลกระทบให้น้อยที่สุด รวมถึงการจัดเตรียมรถบรรทุกน้ำไว้ให้บริการในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม การมีถังพักน้ำหรือถังสำรองน้ำภายในบ้าน จะช่วยให้แต่ละครัวเรือนมีน้ำใช้อย่างต่อเนื่อง และลดผลกระทบด้านการใช้น้ำจากงานซ่อมท่อได้อย่างยั่งยืน









