
BAM โชว์ความแข็งแกร่งไตรมาส 1 ปี 69 สามารถดึง D/E ได้ 1.96 เท่า ตั้งเป้ารักษา D/E ไม่เกิน 2.0 เท่า พร้อมเร่งกระแสเงินสดทั้ง NPL และ NPA ด้วยการออกมาตรการปล่อยทรัพย์เงินผ่อนและแก้หนี้แบบผ่อนปรน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กรอย่างยั่งยืน
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า ในไตรมาส 1 ปี 69 สามารถทำ D/E ได้ 1.96 เท่า ซึ่งอยู่เกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยได้วางกรอบรักษาระดับ D/E ให้ไม่เกิน 2.0 เท่า ด้วยการวางแนวทางเร่งกระแสเงินสดจากการเดินหน้าบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และหาทางออกที่เหมาะสมให้กับลูกหนี้แต่ละราย โดย BAM ยึดแนวทางให้โอกาสลูกหนี้สามารถได้หลักประกัน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย หรือที่ทำกินกลับคืนไปด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรน พร้อมการยกระดับบทบาทจากผู้บริหารสินทรัพย์สู่การเป็น “โรงพยาบาลแก้หนี้” ผ่านการให้คำปรึกษา วิเคราะห์ปัญหา และออกแบบแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ที่เหมาะสมกับศักยภาพของลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้รายใหม่เข้ามาเจรจาปรับโครงสร้างหนี้มากยิ่งขึ้น
ส่วนการสร้างกระแสเงินสดทางด้าน NPA ใช้แนวทางให้กลุ่มผู้เปราะบางเข้าถึงโอกาสได้มากขึ้น ผ่านโครงการ ทรัพย์มหาชน พลัส รวมถึงการร่วมมือด้วยการทำบันทึกข้อตกลงทางธุรกิจ (MOU) ระหว่างหน่วยงานข้าราชการและรัฐวิสาหกิจต่างๆ เช่น ข้าราชการและบุคลากรในสังกัดกรุงเทพมหานคร (BKK) ซึ่งจะช่วยเพิ่มการขยายฐานลูกค้าได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งการเดินหน้ากลยุทธ์พันธมิตรทางธุรกิจ (NPA Partnership) เพื่อขยายฐานธุรกิจและเพิ่มแหล่งรายได้ ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะเป็นการช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างมั่นคง
ดร.รักษ์ฯ กล่าวอีกว่า จากแนวทางการสร้างกระแสเงินสดดังกล่าวจะช่วยทำให้ BAM สามารถลดภาระหนี้โดยรักษาระดับ D/E ไม่เกิน 2.0 เท่า พร้อมทั้งยังช่วยกลุ่มเปราะบางในการเข้าถึงโอกาสได้มากขึ้น ทั้งการซื้อทรัพย์เงินผ่อน การประนอมหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเหมาะสม ทำให้โครงสร้างรายได้ของ BAM มีเสถียรภาพมากขึ้น ลดความผันผวนจากการพึ่งพาการปิด Big Ticket ทำให้ BAM สามารถบริหารจัดการสินทรัพย์และสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่ความแข็งแกร่งขององค์กรได้อย่างยั่งยืน












