
การเคหะแห่งชาติเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายของนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มุ่งบริหารจัดการทรัพย์สินของหน่วยงานในสังกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำทรัพย์สินของรัฐมาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนและชุมชน

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพย์สินเชิงรุก โดยเร่งนำที่ดินและทรัพย์สินที่มีศักยภาพมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนในการลงทุนและพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินของรัฐและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน

ล่าสุด การเคหะแห่งชาติเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในโครงการเคหะชุมชนหัวหมาก ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 30 ล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางการค้าและบริการของชุมชน เพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจ และยกระดับการใช้ประโยชน์ที่ดินของรัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาทรัพย์สินเชิงรุกที่การเคหะแห่งชาติกำลังดำเนินการในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในการพัฒนาทรัพย์สินของรัฐ ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสนับสนุนโอกาสทางธุรกิจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
นายทวีพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การบริหารทรัพย์สินของรัฐในปัจจุบันต้องมุ่งสร้างคุณค่ามากกว่าการสร้างรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม การเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมจะช่วยยกระดับศักยภาพของพื้นที่ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและ SME ให้เติบโตไปพร้อมกับชุมชน เกิดการหมุนเวียนเม็ดเงินและการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ของการเคหะแห่งชาติยังเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการบริหารจัดการสมัยใหม่เข้ามาต่อยอดศักยภาพพื้นที่ เพื่อสร้างผลตอบแทนทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมส่งเสริมระบบนิเวศทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อการเติบโตของผู้ประกอบการและชุมชนอย่างยั่งยืน
“การเคหะแห่งชาติจะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับภาคเอกชนและทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาทรัพย์สินของรัฐให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพชุมชนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเมืองและชุมชนที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืนในระยะยาว” นายทวีพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย











