
บริษัท ออร์บิกซ์ เทคโนโลยี แอนด์ อินโนเวชั่น จำกัด (Orbix Technology) ร่วมกับ บริษัท เคไคลเมท 1.5 จำกัด (KCLIMATE 1.5) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท พาย คาร์บอน จำกัด (Pi Carbon) เพื่อร่วมกันพัฒนา Climate Solution ที่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ลูกค้า และส่งเสริมการสร้าง Carbon Ecosystem ที่ครอบคลุมทุกมิติของการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ ผ่านการบูรณาการเทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในการคำนวณและจัดเก็บข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) โดยอาศัยจุดเด่นด้านความถูกต้องของข้อมูลและการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลคาร์บอนให้มีความโปร่งใส และเสริมสร้างศักยภาพในการบริหารจัดการ แลกเปลี่ยนข้อมูลคาร์บอน พร้อมขับเคลื่อนการเงินสีเขียว (Green Finance) ให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล
นายพิสิทธิ์ กุลกาญจนาชีวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท Orbix Technology เปิดเผยว่า การยกระดับมาตรฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างระบบการจัดเก็บและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่โปร่งใสและตรวจสอบได้โดยสมบูรณ์ ผนวกเข้ากับองค์ความรู้เชิงลึกและเทคโนโลยีคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยยกระดับสู่นวัตกรรมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของภาคธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายธีระเดช ตันไพบูลย์ กรรมการ บริษัท KCLIMATE 1.5 กล่าวว่าการเริ่มต้นเส้นทางสู่ Net Zero ที่ยั่งยืน ต้องเริ่มจากการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่ถูกต้องและแม่นยำ ปัจจุบันการรายงานข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยเฉพาะในระดับผลิตภัณฑ์ (Carbon Footprint Product, CFP) ไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนภายใต้แรงกดดันจากกฎระเบียบใหม่ๆ ทั้งภายในประเทศอย่างพรบ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมาตรการระหว่างประเทศอย่าง CBAM หรือ CSRD ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในเวทีโลก
KCLIMATE 1.5 นำประสบการณ์ความเชี่ยวชาญกว่า 10 ปี จากการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกของธนาคารกสิกรไทย มาต่อยอดเป็นClimate Solutions แบบครบวงจร เราไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ผู้คำนวณตัวเลข แต่เป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยวางแผนการจัดการก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่ Scope 1, 2 ไปจนถึง Scope 3 ที่มีความซับซ้อนความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการผสานโซลูชันด้านการให้คำปรึกษาของKCLIMATE 1.5 เข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อเปลี่ยนผ่านจากการจัดทำรายงานแบบเดิม สู่ระบบนิเวศข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงกัน ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและสร้างโอกาสใหม่ในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ นายปพนธ์ มังคละธนะกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท Pi Carbonกล่าวเสริมว่า Pi Carbon มุ่งพัฒนาระบบคำนวณและติดตาม Carbon Footprint of Product (CFP) ให้รองรับการใช้งานในระดับองค์กร โดยมีแผนที่จะเชื่อมต่อระบบเข้ากับบล็อกเชน Quarix ของ Orbix Technology เพื่อให้ข้อมูลคาร์บอนสามารถจัดเก็บ ตรวจสอบ และนำไปใช้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูล และฟีเจอร์ Carbon Invoice เพื่อยกระดับความแม่นยำในการรายงานข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ให้ถูกต้องและครบถ้วน พร้อมทั้งสนับสนุนการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างแพลตฟอร์ม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครบวงจร
พันธกิจของความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดศักยภาพของทั้งสามองค์กรพันธมิตร เพื่อร่วมกันพัฒนานวัตกรรมเชิงลึกด้านข้อมูลสิ่งแวดล้อมพร้อมประยุกต์โครงสร้างพื้นฐานเชิงข้อมูลคาร์บอนอันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ การดำเนินโครงการจะยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลข้อมูลภายใต้กรอบการกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อความถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับและมาตรฐานสถาบันการเงิน ก่อนการดำเนินการให้บริการในอนาคต










