
โรงพยาบาลพญาไท 2 ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการดูแลโรคระบบทางเดินอาหารและตับ ผ่าน ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ (Advanced GI Care) ที่ผสานความเชี่ยวชาญของแพทย์ เทคโนโลยีการส่องกล้องขั้นสูง และการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ เชื่อมการดูแลตั้งแต่การคัดกรอง วินิจฉัย รักษา ไปจนถึงการติดตามผล โดยมุ่งสร้างคุณค่าจากการรักษาที่ผู้ป่วยสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการวินิจฉัยที่แม่นยำ ลดขั้นตอนและการรักษาที่ไม่จำเป็น ลดผลกระทบต่อร่างกาย และช่วยให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น ภายใต้แนวคิด Value-based Healthcare ที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเป็นหัวใจของการดูแลโรคระบบทางเดินอาหารและตับมีความซับซ้อน ครอบคลุมตั้งแต่หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำไส้ ตับ ตับอ่อน ไปจนถึงระบบทางเดินน้ำดี ขณะที่อาการในระยะแรก เช่น จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด แสบร้อนกลางอก หรือการขับถ่ายที่เปลี่ยนแปลง อาจถูกมองว่าเป็นเพียงอาการเล็กน้อย จนทำให้ความผิดปกติบางอย่างถูกตรวจพบล่าช้ากว่าที่ควร

นพ.โชติ เหลืองช่อสิริ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านการส่องกล้องระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลพญาไท 2 กล่าวว่า “หัวใจของ Advanced GI Care ไม่ได้อยู่ที่การมีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่อยู่ที่ความสามารถในการนำความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีมาใช้ร่วมกัน เพื่อให้เราเห็นความผิดปกติได้ละเอียดขึ้น วินิจฉัยได้แม่นยำ และเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายตั้งแต่ต้น เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็ว ไม่เพียงช่วยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น แต่ยังเพิ่มโอกาสให้คนไข้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมในช่วงเวลาที่เหมาะสม และกลับไปใช้ชีวิตได้เร็วขึ้น”
จาก Precision Diagnosis สู่การรักษาที่เหมาะสมในเวลาที่เหมาะสม
ปัจจุบันการส่องกล้องไม่ได้มีบทบาทเพียงเพื่อ “ตรวจหาโรค” แต่ในหลายกรณียังสามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและรักษาความผิดปกติได้ภายในขั้นตอนเดียวกันโรงพยาบาลพญาไท 2 นำระบบส่องกล้องและเทคโนโลยีประมวลผลภาพความละเอียดสูงจากประเทศญี่ปุ่น เข้ามาสนับสนุนการตรวจ เพื่อช่วยให้แพทย์มองเห็นรายละเอียดของรอยโรคได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิดว่า “การตรวจที่ละเอียดและแม่นยำ คือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่เหมาะสมและทันท่วงที”

เทคโนโลยีสำคัญ ได้แก่ Endoscopic Ultrasound (EUS) ที่ช่วยประเมินอวัยวะและรอยโรคซึ่งอยู่ลึกกว่าพื้นผิวของทางเดินอาหาร เช่น ตับอ่อนและท่อน้ำดี รวมถึง Endoscopic Retrograde Cholangiopancreatography (ERCP) สำหรับการตรวจและรักษาความผิดปกติของท่อทางเดินน้ำดีและตับอ่อน ซึ่งในผู้ป่วยบางรายสามารถให้การรักษาผ่านการส่องกล้องโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเปิดแผลใหญ่ ช่วยลดผลกระทบต่อร่างกายและระยะเวลาการฟื้นตัว
หากพบความผิดปกติระหว่างการส่องกล้อง เช่น ติ่งเนื้อหรือภาวะเลือดออกในระบบทางเดินอาหาร แพทย์ยังสามารถประเมินและให้การรักษาที่เหมาะสมได้ในคราวเดียวกัน ช่วยลดการกลับมาทำหัตถการซ้ำ และลดระยะเวลาจาก “การตรวจพบ” ไปสู่ “การรักษา”
Advanced GI Care ในมุมของพญาไท 2 จึงไม่ใช่เพียงการนำเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามาใช้ แต่คือการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม เพื่อสร้าง Patient Value ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งความแม่นยำในการวินิจฉัย ความเหมาะสมของการรักษา และลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ป่วย
Connected Care เชื่อมการรักษาอย่างต่อเนื่อง ลดภาระผู้ป่วยและครอบครัว
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือการออกแบบระบบให้การดูแลไม่ได้จบลงหลังการตรวจหรือส่องกล้อง แต่สามารถเชื่อมต่อไปยังแพทย์และทีมที่เกี่ยวข้องได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคซับซ้อน เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ผ่าน 4C Program – Colorectal Cancer Collaborative Care Program ที่เชื่อมข้อมูลการวินิจฉัยและการวางแผนรักษาร่วมกันของทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ช่วยลดภาระที่ผู้ป่วยและครอบครัวต้องประสานการรักษาด้วยตนเอง และสร้างความต่อเนื่องของการดูแลตลอด Patient Journey
นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังนำเสียงสะท้อนจากผู้เข้ารับบริการมาพัฒนากระบวนการเตรียมลำไส้ก่อนการส่องกล้อง ให้สามารถลดระยะเวลาเตรียมตัวจากหลายวันเหลือภายในวันเดียวในผู้ป่วยที่เหมาะสม ช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน และทำให้ประสบการณ์ในการเข้ารับการตรวจสะดวกขึ้น
นพ.โชติ กล่าวว่า “เทคโนโลยีจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อถูกใช้โดยทีมที่สามารถนำข้อมูลไปสู่การรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคน สิ่งที่เราอยากสร้างไม่ใช่เพียงศูนย์ที่คนไข้มาตรวจแล้วกลับบ้าน แต่เป็นระบบที่มีทีมพร้อมดูแลต่อ ตั้งแต่การตรวจเพิ่มเติม การรักษา การส่งต่อ ไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้คนไข้และครอบครัวมั่นใจว่าไม่ต้องเดินผ่านกระบวนการเหล่านี้เพียงลำพัง”
สำหรับเครือโรงพยาบาลพญาไท Value-based Healthcare จึงไม่ได้หมายถึงการเพิ่มจำนวนเทคโนโลยีหรือขั้นตอนการรักษา แต่คือการเลือกใช้สิ่งที่จำเป็นและเหมาะสม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีความหมายกับผู้ป่วยมากที่สุด ตั้งแต่การวินิจฉัยที่แม่นยำ การเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสม ลดการรักษาที่รุกล้ำร่างกายโดยไม่จำเป็น ช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น และมีความต่อเนื่องในการดูแล
ความเชี่ยวชาญด้าน Advanced GI Care ของโรงพยาบาลพญาไท 2 จึงสะท้อนการนำ Medical Expertise, Advanced Technology และ Connected Care มาทำงานร่วมกัน เพื่อให้ความก้าวหน้าทางการแพทย์ไม่ได้จบอยู่ที่เทคโนโลยี แต่เปลี่ยนเป็นคุณค่าที่ผู้ป่วยสัมผัสได้จริง ทั้งผลลัพธ์การรักษา คุณภาพชีวิต และความมั่นใจว่ามีทีมพร้อมดูแลอย่างต่อเนื่อง
เพราะการดูแลสุขภาพที่ดี ไม่ควรจบเพียงวันที่อาการดีขึ้นหรือการรักษาสิ้นสุด แต่คือการมีพันธมิตรด้านสุขภาพที่เข้าใจ พร้อมดูแล เชื่อมต่อการดูแล และพร้อมอยู่เคียงข้างผู้ป่วยในทุกช่วงของชีวิต











