
นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า จากการลงนามบันทึกความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมประกันชีวิตไทย ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพหน่วยบริการในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข โดยมีโรงพยาบาลภาครัฐนำร่อง 28 แห่ง เพื่อรองรับระบบประกันสุขภาพภาคสมัครใจนั้น สมาคมฯ ได้ขยายผลด้วยการต่อยอดการสื่อสารเพื่อให้ประชาชนรู้จักทางเลือกในการรับบริการรักษาพยาบาล ควบคู่กับการตรวจสอบความคุ้มครองและวางแผนค่าใช้จ่ายก่อนเข้ารับบริการ เพื่อเลือกใช้บริการได้เหมาะสมกับความจำเป็นทางการแพทย์และความสะดวกของตนเอง

ท่ามกลางความกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลและความเพียงพอของวงเงินประกันสุขภาพ การมีข้อมูลก่อนเข้ารับบริการจะช่วยให้ประชาชนเตรียมตัวได้เหมาะสม โดยผู้มีประกันสุขภาพควรตรวจสอบเงื่อนไขกับบริษัทประกันล่วงหน้า ทั้งวงเงินคงเหลือ และข้อจำกัดของค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนแรก ส่วนร่วมจ่าย หรือส่วนเกินวงเงินที่อาจต้องรับผิดชอบเอง ตลอดจนขั้นตอนการใช้บริการไม่สำรองจ่ายและการขออนุมัติล่วงหน้าหากจำเป็น

สำหรับการรักษาที่สามารถวางแผนได้ ประชาชนควรสอบถามโรงพยาบาลถึงประมาณการค่ารักษาพยาบาล โดยตรวจสอบว่าครอบคลุมรายการใดบ้าง เช่น ค่าตรวจ ค่ายา ค่าหัตถการ ค่าห้อง และค่าบริการที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายการที่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ ประมาณการยังไม่ใช่ยอดค่าใช้จ่ายสุดท้าย เนื่องจากอาจเปลี่ยนแปลงตามอาการและแนวทางการรักษาจริง
ประชาชนที่มีประกันสุขภาพสามารถศึกษาทางเลือกบริการของโรงพยาบาลภาครัฐเพิ่มเติม โดยสอบถามบริการที่รองรับ ขั้นตอนการนัดหมาย และค่าใช้จ่ายจากโรงพยาบาล พร้อมตรวจสอบความคุ้มครองและการใช้ประกันกับบริษัทประกัน สำหรับโรงพยาบาลนำร่องทั้ง 28 แห่ง ควรตรวจสอบความพร้อมของบริการเป็นรายแห่งก่อนเดินทาง เนื่องจากการเข้าร่วมโครงการไม่ได้หมายความว่าทุกบริการจะรองรับประกันสุขภาพจากทุกบริษัท

นอกจากนี้ โรงพยาบาลรัฐบางแห่งมีคลินิกพิเศษเฉพาะทางนอกเวลาราชการ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่สะดวกรับบริการในเวลาราชการ ผู้สนใจควรสอบถามสาขาที่เปิดให้บริการ ตารางแพทย์ วิธีนัดหมาย ค่าใช้จ่าย และสิทธิการรักษาที่ใช้ได้กับโรงพยาบาลโดยตรง หากประสงค์ใช้ประกันสุขภาพ ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับบริษัทประกันควบคู่กัน ทั้งนี้ คลินิกนอกเวลาอาจมีค่าบริการแตกต่างจากบริการในเวลาราชการ จึงควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ
“การรู้จักทางเลือกบริการสุขภาพ พร้อมตรวจสอบความคุ้มครองและค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ช่วยให้ประชาชนวางแผนการรักษาได้เหมาะกับตนเอง โดยพิจารณาทั้งความจำเป็นทางการแพทย์ ความสะดวก และค่าใช้จ่ายประกอบกัน สมาคมฯ ให้ความสำคัญกับการประสานความร่วมมือระหว่างภาคสาธารณสุขและธุรกิจประกันชีวิต เพื่อให้ประชาชนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ และใช้ประโยชน์จากความคุ้มครองที่มีอยู่อย่างเข้าใจ” นางนุสรากล่าวในตอนท้าย
ก่อนวันนัด ผู้เอาประกันภัยควรเตรียมบัตรประชาชน ข้อมูลกรมธรรม์ และเอกสารตามที่โรงพยาบาลหรือบริษัทประกันแจ้ง พร้อมยืนยันวัน เวลา แผนก และสถานที่รับบริการ รวมถึงแจ้งความประสงค์ใช้ประกันเพื่อประสานขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง หากต้องสำรองจ่าย ควรเก็บใบเสร็จและเอกสารประกอบการเรียกร้องสินไหมตามที่บริษัทประกันกำหนด
สมาคมฯ ขอเชิญชวนประชาชน “รู้ทางเลือก เช็กความคุ้มครอง และวางแผนก่อนวันนัด” เพื่อเตรียมพร้อมรับบริการสุขภาพและบริหารค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ความคุ้มครองและการใช้สิทธิเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ และกรณีฉุกเฉินควรเข้ารับการรักษาทันที










