
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ณ ห้องประชุมราชบพิธ ชั้น 5 อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย และผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการระดับกรม นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัด ในสังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุม

นายอนุทิน กล่าวว่า ขอขอบคุณที่ได้ร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงกันในวันนี้ เพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยและติดตามสถานการณ์ด้านสาธารณภัย ความมั่นคง รวมทั้งการพัฒนาในมิติอื่น ๆ ของประเทศ เพื่อที่จะร่วมกันหาทางออกและแก้ไขปัญหาสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แม้ว่าประเทศนี้จะมีปัญหาหรือมีวิกฤตการณ์ใดๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน
นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย การไฟฟ้า การประปา องค์การตลาด องค์การจัดการน้ำเสีย หากมีเรื่องจำเป็นที่ส่งผลกระทบต่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและภัยพิบัติ เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ขอให้ท่านได้ดำเนินการทันทีไม่รีรอ ถือว่าเป็น “CSR” โดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกำไรหรือ “KPI” ขององค์กร สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเครดิตที่จะทำประโยชน์ บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหลัก ช่วยเหลือประเทศชาติเป็นอันดับแรก
“ขอให้พวกเราเป็นหนึ่งเดียวกัน ทำงานให้กระทรวงมหาดไทย ประชาชน และประเทศของเรา หากมีปัญหาอุปสรรคที่ต้องการหารือขอให้ท่านไม่รีรอที่จะตรงเข้ามา ให้ถือว่าเราเป็นเหมือนเพื่อนร่วมงาน ไม่มีลำดับขั้น ไม่มีนาย เราต่างกันแค่หน้าที่ ให้คิดว่าทำงานให้บ้านเมืองด้วยกัน และพร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกันในทุกด้าน ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ “บำบัดทุกข์บำรุงสุข” เพื่อพี่น้องประชาชน” นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้าย

ในการนี้ นางสาวสุวรา ได้นำเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยแล้งของ กปน. ซึ่งได้มีมาตรการ/แผนงานเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งในปี พ.ศ. 2568 – 2569 พร้อมการดำเนินการทั้งในระยะสั้น ได้แก่ ติดตามสถานการณ์น้ำในภาพรวมเพื่อประเมินผลกระทบที่มีโอกาสเกิดขึ้น โดย กปน. ได้ติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำต้นทุน โดยคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2569 ไม่เกิดปัญหาความเค็มรุกล้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาถึงสถานีสูบน้ำดิบสำแล และระยะกลาง ได้แก่ จัดทำเป็นโครงการ ลงทุนขนาดใหญ่ที่รับน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลหนุนสูง เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและลดผลกระทบจากปัญหาความเค็มรุกล้ำ












