
แม้ภาครัฐจะเดินหน้าปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง แต่มิจฉาชีพก็พัฒนากลโกงรูปแบบใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยนำเทคโนโลยี AI และ Deepfake มาใช้ปลอมเสียง ปลอมภาพ และวิดีโอ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจนหลายคนหลงเชื่อ
ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบว่าประชาชนจำนวนมากเคยได้รับข้อความหรือเนื้อหาหลอกลวงที่สร้างด้วย AI ผ่าน SMS และโซเชียลมีเดีย จึงควรเรียนรู้วิธีสังเกตและป้องกันตัวเองให้ทันกลโกงรูปแบบใหม่
กลโกง AI ที่พบบ่อย
- ปลอมเสียง (Voice Cloning)
มิจฉาชีพนำตัวอย่างเสียงจากคลิปในโซเชียลมาใช้ AI เลียนแบบเสียงของญาติ คนใกล้ชิด หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง แล้วโทรมาขอยืมเงิน ขอ OTP หรือข้อมูลสำคัญ
ตัวอย่างเคสจริง
ผู้เสียหายได้รับสายจากบุคคลที่อ้างเป็นน้องชาย ใช้น้ำเสียงคล้ายตัวจริงและขอยืมเงินด่วน จึงโอนเงินไปให้ 79,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายได้ติดต่อกับน้องชายตัวจริง จึงทราบภายหลังว่าเป็นมิจฉาชีพ และได้ติดต่อเข้ามาที่ศูนย์ AOC 1441 เพื่อช่วยระงับบัญชี
- ปลอมภาพและวิดีโอ (Deepfake)
ใช้ AI สร้างภาพหรือวิดีโอเสมือนจริง แอบอ้างเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อข่มขู่ให้โอนเงิน หรือสร้างสถานการณ์ให้เกิดความตกใจ
ตัวอย่างเคสจริง
อีกหนึ่งเคสที่สร้างความสูญเสียกว่า 11 ล้าน เมื่อมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมชื่อดัง โทรแจ้งว่าชื่อถูกนำไปเปิดซิมโทรศัพท์และเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ก่อนโอนสายไปยังบุคคลที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ ปปง. และส่งเอกสารคล้ายหมายศาลผ่าน Line โดยมิจฉาชีพให้ผู้เสียหายวิดีโอคอลสอบปากคำกับบุคคลที่แอบอ้างเป็นตำรวจระดับสูง และต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่ให้ความร่วมมืออาจมีความผิดทางกฎหมาย ด้วยความหวาดกลัว จึงหลงเชื่อโอนเงินรวม 11,497,998 บาท จากนั้นไม่สามารถติดต่อบุคคลดังกล่าวได้อีก จึงทราบว่าถูกหลอก และรีบแจ้งศูนย์ AOC 1441 เพื่อระงับบัญชีและติดตามเส้นทางการเงิน
7 สัญญาณเตือนภัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงด้วย AI Deepfake
- โทรมาแล้วไม่พูด หรือพยายามให้เราเป็นฝ่ายพูดก่อน อาจเป็นพฤติกรรมของมิจฉาชีพที่ต้องการเก็บข้อมูลหรือบันทึกเสียง
- เสียงคล้ายคนรู้จัก แต่โทรมาจากเบอร์แปลก โดยอ้างว่าเปลี่ยนเบอร์ใหม่ โทรมาจากต่างประเทศ
- รีบพูดเรื่องเงิน ขอความช่วยเหลือด่วน ฉุกเฉิน หรือเร่งให้โอนเงินทันที เพื่อไม่ให้มีเวลาตรวจสอบ
- เปิดบทสนทนาด้วยคำว่า “จำเราได้ไหม” เพื่อให้เหยื่อพูดก่อน หรือถามข้อมูลส่วนตัว เพื่อให้ได้ข้อมูลไปใช้หลอกลวงต่อ
- อ้างเป็นตำรวจหรือเจ้าหน้าที่รัฐ ติดต่อผ่าน Line หรือวิดีโอคอล พร้อมขู่เรื่องคดี
- เสียงพูดผิดธรรมชาติ น้ำเสียงเรียบ ไม่มีจังหวะหายใจ ออกเสียงผิดเพี้ยน หรือหลีกเลี่ยงการสนทนาโต้ตอบยาว ๆ
- วิดีโอมีความผิดปกติ เช่น ปากขยับไม่ตรงเสียง สีผิว แสงเงา หรือการกระพริบตาไม่เป็นธรรมชาติ
ป้องกันตัวเองอย่างไร
- อย่าเชื่อทันที หากมีคนอ้างว่าเป็นญาติหรือคนรู้จัก ให้ตัดสายและโทรกลับผ่านช่องทางที่คุ้นเคย
- ตั้ง “รหัสลับประจำบ้าน” ตั้งคำถามเฉพาะที่รู้กันเฉพาะบุคคลหรือครอบครัว เพื่อยืนยันตัวตน
- อย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือ OTP กับบุคคลอื่น
- หากถูกอ้างว่าเกี่ยวข้องกับคดีความ ให้ติดต่อหน่วยงานนั้นผ่านช่องทางทางการด้วยตนเอง
หากตกเป็นผู้เสียหาย
หากเผลอโอนเงินไปแล้ว ต้องตั้งสติและรีบดำเนินการดังนี้
- โทรแจ้ง สายด่วน AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง
- รวบรวมหลักฐาน (สลิปโอนเงิน, แชตสนทนา, โปรไฟล์คนร้าย) เพื่อแจ้งความผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.go.th หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน
จำไว้ว่า “หน้าอาจใช่ เสียงอาจเหมือน แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นตัวจริง” ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนโอนเงินหรือให้ข้อมูลสำคัญทุกครั้ง เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพยุค AI












