
เราอาจใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อสร้างความมั่นคงให้กับตัวเองและคนที่รัก วางแผนการเงิน สร้างหลักประกัน และเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของวันพรุ่งนี้ แต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครสามารถเตรียมไว้เพื่อตัวเองได้ นั่นคือ “โลหิต”
เมื่อเกิดอุบัติเหตุรุนแรง เมื่อผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดฉุกเฉิน หรือเมื่อแม่คนหนึ่งกำลังต่อสู้กับภาวะตกเลือดหลังคลอด สิ่งที่พวกเขาต้องการในนาทีชีวิต ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยหรือยาที่ราคาแพงที่สุด แต่คือโลหิตจากใครสักคน… ใครคนนั้นที่อาจเป็นคนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ไม่เคยพบหน้า ไม่เคยเอ่ยชื่อ แต่กลับเป็นผู้มอบโอกาสให้ชีวิตได้ดำเนินต่อ นี่คือความงดงามของ “การให้” ที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน และเป็นเหตุผลว่าทำไม “คลังโลหิตสำรอง” จึงเป็นเสมือนคลังแห่งความหวังของผู้คนทั้งประเทศ
“เลือดต้องรอผู้ป่วย ไม่ใช่ผู้ป่วยรอเลือด”
หลายคนอาจเข้าใจว่า โลหิตจะถูกจัดหาเมื่อมีผู้ป่วยต้องการ แต่ความจริงแล้วระบบการแพทย์ไม่สามารถรอเช่นนั้นได้ เพราะชีวิตแข่งกับเวลา ทุกวินาทีที่ผ่านไปคือเส้นแบ่งระหว่าง “โอกาสรอด” กับ “ความสูญเสีย” ในแต่ละปี ประเทศไทยมีความต้องการใช้โลหิตสูงถึงประมาณ 2.5 ล้านยูนิตต่อปี (หรือคิดเป็น 1 พันล้านซี.ซี.) และแนวโน้มยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและการรักษาโรคที่ซับซ้อน ขณะเดียวกัน ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จำเป็นต้องมีโลหิตสำรองอย่างน้อย 3,000 ยูนิต (หรือคิดเป็น 1.2 ล้านซี.ซี.) ในแต่ละวัน เพื่อให้โรงพยาบาลทั่วประเทศสามารถเบิกใช้ได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เบื้องหลังตัวเลขเหล่านี้ คือชีวิตของผู้คนที่ไม่อาจรอได้ สิ่งที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ ผู้ที่ใช้โลหิตมากที่สุดไม่ใช่เพียงผู้ประสบอุบัติเหตุเท่านั้น หากแต่เป็นผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ต้องได้รับเกล็ดเลือดหลังเคมีบำบัด ผู้ป่วยโรคเลือดและธาลัสซีเมียที่ต้องรับเลือดเป็นประจำทุกเดือนตลอดชีวิต เด็กแรกเกิดที่มีภาวะโลหิตจาง และผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะ ซึ่งทุกคนต่างรอคอย “โอกาส” จากโลหิตที่มีผู้บริจาคเตรียมไว้ให้ล่วงหน้า
ทุกครั้งที่มีผู้บริจาคโลหิตหนึ่งคน ความหวังไม่ได้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยเพียงคนเดียว เพราะโลหิตหนึ่งยูนิตสามารถแยกเป็นเม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด และพลาสมา เพื่อนำไปช่วยรักษาผู้ป่วยได้มากกว่าหนึ่งราย การบริจาคเพียงครั้งเดียว จึงอาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของหลายครอบครัวได้พร้อมๆ กัน
ทว่า โลหิตไม่ใช่ทรัพยากรที่สามารถเก็บสะสมไว้ได้ตลอดไป เม็ดเลือดแดงมีอายุการเก็บรักษาเพียงประมาณ 35–42 วัน ขณะที่เกล็ดเลือดมีอายุสั้นมากเพียง 5–7 วันเท่านั้น นั่นหมายความว่า คลังโลหิตไม่สามารถเติมเต็มครั้งเดียวแล้วจบ แต่ต้องอาศัย “ผู้ให้” ที่หมุนเวียนมาบริจาคอย่างสม่ำเสมอ การบริจาคโลหิตจึงไม่ใช่กิจกรรมเฉพาะกิจในช่วงที่มีภัยพิบัติหรือเทศกาลอุบัติเหตุใหญ่ แต่คือการร่วมกันสร้างหลักประกันสาธารณสุขให้สังคมในทุกๆ วัน
แนวคิดการสร้างหลักประกันความมั่นคงนี้เอง ที่ทำให้ ภาคธุรกิจประกันชีวิตโดยมีสมาคมประกันชีวิตไทยเป็นแกนหลักร่วมมือกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมบริจาคโลหิตเนื่องใน วันประกันชีวิตแห่งชาติ มาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 16 ปี โดยมีปริมาณโลหิตที่ได้รับบริจาคไปแล้วทั้งหมด 102,022 ยูนิต (หรือคิดเป็น 35,707,869 ซี.ซี.) จากผู้บริจาคโลหิตทั้งหมด 71,039 คน เพราะตระหนักดีว่าการดูแลชีวิตไม่ได้เริ่มต้นในวันที่เกิดความสูญเสีย แต่เริ่มต้นจากการร่วมสร้างโอกาสให้ผู้คนได้มีชีวิตอยู่ต่อไป หากกรมธรรม์คือหลักประกันทางการเงินการบริจาคโลหิตก็คือหลักประกันทางชีวภาพที่ช่วยต่อลมหายใจให้เพื่อนมนุษย์
ซึ่งในปี 2569 นี้ได้ตั้งเป้าหมายในจัดหาโลหิตปริมาณโลหิตไว้ที่ 20,000 ยูนิต (หรือคิดเป็น 8,000,000 ซี.ซี.)จากผู้บริจาคโลหิต 20,000 คน เพื่อสำรองคลังเลือดให้พร้อมสู้กับทุกวิกฤตทางการแพทย์ ในโอกาสนี้ สมาคมประกันชีวิตไทยจึงขอเชิญชวนประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่อความหวังและสร้างปาฏิหาริย์แห่งชีวิตร่วมกัน โดยมีรายละเอียดกิจกรรมดังนี้
- ส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) : วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น. ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์
- ส่วนภูมิภาค (53 จังหวัด) : ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 จนถึง 31 สิงหาคม 2569 ณ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ และโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตที่ร่วมโครงการในแต่ละจังหวัด
สิทธิพิเศษสำหรับผู้บริจาคโลหิตภายใต้วันประกันชีวิตแห่งชาติ เพียงแจ้งรหัส Code “0J0221” ในการบริจาค เพื่อรับ กระเป๋าผ้า เป็นที่ระลึกเพื่อแทนคำขอบคุณ
การให้ที่ยิ่งใหญ่…ไม่จำเป็นต้องใช้เงินตรามากมาย เพียงสละเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงและยื่นแขนข้างหนึ่งออกมา สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่าโลหิตหนึ่งถุง อาจกลายเป็นรอยยิ้มของพ่อแม่ที่ได้ลูกกลับบ้าน เป็นอ้อมกอดของลูกที่ยังมีแม่อยู่เคียงข้าง และเป็นวันพรุ่งนี้ของใครอีกหลายคน
เพราะในวันที่เราแข็งแรง เลือดหนึ่งถุงอาจเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ในร่างกาย แต่ในวันที่ใครคนหนึ่งกำลังหมดหวัง… เลือดถุงเดียวกันนั้น อาจหมายถึง “ทั้งชีวิต”










