Biz Today Station

โลโก้ Biztoday Station
Menu
  • หน้าหลัก
  • เศรษฐกิจ
  • ประกันชีวิต-ประกันภัย
  • การเงิน-ธนาคาร-หุ้น
  • พลังงาน-อุตสาหกรรม
  • พาณิชย์
  • คมนาคม
  • ไอที
  • อสังหาริมทรัพย์
  • ยานยนต์
  • ท่องเที่ยว
  • การศึกษา
  • สุขภาพ-ความงาม
  • CSR 
  • สังคม
  • การตลาด
วันที่ 8 ตุลาคม 2569
ออมสิน โอนจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมวันต่อวัน ตามรายชื่อที่ ปภ. แจ้งล่าสุด โอนจ่ายตามรายชื่อถึงวันที่ 7 ต.ค. 69 กว่า 27,000 ราย เป็นเงินกว่า 246 ลบ. จากวงเงินรวม 4,700 ลบ.   |   “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มทำงาน! คปภ. รุดลงพื้นที่เชียงใหม่–ลำพูนเร่งด่วนเดินหน้าความคุ้มครองทันที หลังน้ำป่าไหลหลากกระทบบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 1ราย   |   SME D Bank ผนึก ส.อ.ท. ‘เชื่อมทุน เชื่อมอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน SME ไทย’ ขยายเครือข่าย หนุนเข้าถึง “แหล่งทุนและการพัฒนา” ยกระดับเติบโตยั่งยืน   |   วิริยะประกันภัย สนับสนุน พม. ส่งต่อถุงยังชีพดูแลกลุ่มเปราะบางจากสถานการณ์อุทกภัย   |   เงินติดล้อ คว้ารางวัล ESGBusiness Awards 2026 ระดับเอเชีย ตอกย้ำภารกิจสร้างความรู้การเงิน หนุนคนไทยมีชีวิตดีขึ้นอย่างยั่งยืน   |   กปน.ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำ รองรับการประชุม IMF–World Bank 2026   |   กปน.จับมือ ทรู มันนี่ ยกเว้นค่าบริการจ่ายบิลค่าน้ำประปาเมื่อชำระเงินผ่าน แอปฯ True Money Wallet ตั้งแต่ บัดนี้ – 31 ม.ค. 70   |   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของ 28 สุดยอดตัวแทน ในงาน APFinSA Awards ครั้งที่ 7 ประจำปี 2026   |   Vintage Car Show at  ICONSIAM จัดแสดงรถคลาสสิคยุค ’60 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา   |   “ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล” CEO บีเจซี ติดอันดับ Fortune Most Powerful Women Asia 2026 ต่อเนื่องปีที่ 3 ตอกย้ำบทบาทผู้นำหญิงไทยบนเวทีธุรกิจเอเชีย   |   มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ผสานระบบนิเวศครบวงจร จัดกิจกรรม ‘MILLENNIUM AUTO CARE 360°’ยกระดับการดูแลลูกค้า หลังผ่านพ้นอุทกภัย   |   กคช.เร่งฟื้นฟู 43 โครงการ หลังน้ำท่วม กระทบ 2.23 แสนคน   |   กสิกรไทย ผนึก 3 พันธมิตร “KBank ช่วยเปย์” สแกนจ่ายผ่าน K PLUS รับเงินคืน 80 บาท ช่วยลดภาระลูกค้า   |   BAM เปิดตัว “BAM Condos for Foreigners” เจาะตลาดต่างชาติ ชูคอนโดคุณภาพตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในไทย   |   กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี รวมพลังน้ำใจ ช่วยภัยน้ำท่วมเพราะทุกการให้ คือพลังแห่งความหวัง   |   เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมอยู่เคียงข้างและดูแลลูกค้า มอบ 3 มาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนจากสถานณ์น้ำท่วม   |   กฟผ.โชว์นวัตกรรมหนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ชู SMR และการรีไซเคิลแบตเตอรี่   |   Fortune จัดอันดับ CEO กสิกรไทย เป็นผู้นำหญิงที่ทรงอิทธิพลสูงสุดอันดับ 1 ของไทย   |   กรุงเทพประกันชีวิต เติมพลังกาย-สร้างพลังใจ ผ่าน “มื้อใส่ใจ เติมความหวังให้ชีวิต” จับมือ มูลนิธิกระจกเงา ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน   |   นับถอยหลังสู่วัน “พักใจ” กับ “โด คยองซู”DAY-OFF IN BANGKOK ชวนแฟนไทยเตรียมฟินแบบใหล้ชิด 14-15 พ.ย. นี้   |   ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก   |   SME D Bank ช่วยต่อเนื่อง รวมพลังบรรจุ “ถุงน้ำใจ” นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม   |   EVAT–GIZ–TDRI ผนึกกำลังจัดสัมมนาใหญ่ เดินหน้าพัฒนาแนวทางจัดการแบตเตอรี่ EV อย่างยั่งยืนในไทย   |   SME D Bank ผนึก NFI ติดอาวุธ “เอสเอ็มอีอาหาร” สู่อนาคตเชื่อมเทคโนโลยี ตลาด เงินทุน หนุนอุตสาหกรรมสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย   |   “เอนี่เพย์”รับมาตรฐาน ISO/IEC 29110-4-1:2018เสริมแกร่งธุรกิจ Payment Technology สู่อนาคตดิจิทัลที่ยั่งยืน   |   เงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย)   |   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ร่วม RWT เติมเต็มการวางแผนความมั่งคั่งระยะยาว ผ่านเวทีเสวนากฎหมายมรดกสำหรับลูกค้ากลุ่ม High Net Worth และสมาชิก Generali FIRST Club   |   ลีสซิ่งกสิกรไทย ส่งมอบรถรับ-ส่งพลังงานไฟฟ้าแก่ศูนย์นันทนาการลุมพินี คืนความสุขให้คนเมือง พร้อมโปรโมตแพลตฟอร์มสินเชื่อรถยนต์ KOK   |   คปภ.ยกระดับความพร้อมธุรกิจประกันภัย รับมือภัยไซเบอร์ยุค AI จัด Insurance Sector Cyber Exercise 2569 เสริม Cyber Resilience ทั้งระบบ   |   มีบัญชีออมทรัพย์กรุงศรี พร้อมตั้งโอนเงินล่วงหน้าเพื่อฝากเข้าบัญชีฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือนหรือ 36 เดือน รับฟรี Starbucks e-Coupon 100 บาท
โลโก้ Biztoday Station
วันที่ 8 ตุลาคม 2569
ออมสิน โอนจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมวันต่อวัน ตามรายชื่อที่ ปภ. แจ้งล่าสุด โอนจ่ายตามรายชื่อถึงวันที่ 7 ต.ค. 69 กว่า 27,000 ราย เป็นเงินกว่า 246 ลบ. จากวงเงินรวม 4,700 ลบ.   |   “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มทำงาน! คปภ. รุดลงพื้นที่เชียงใหม่–ลำพูนเร่งด่วนเดินหน้าความคุ้มครองทันที หลังน้ำป่าไหลหลากกระทบบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 1ราย   |   SME D Bank ผนึก ส.อ.ท. ‘เชื่อมทุน เชื่อมอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน SME ไทย’ ขยายเครือข่าย หนุนเข้าถึง “แหล่งทุนและการพัฒนา” ยกระดับเติบโตยั่งยืน   |   วิริยะประกันภัย สนับสนุน พม. ส่งต่อถุงยังชีพดูแลกลุ่มเปราะบางจากสถานการณ์อุทกภัย   |   เงินติดล้อ คว้ารางวัล ESGBusiness Awards 2026 ระดับเอเชีย ตอกย้ำภารกิจสร้างความรู้การเงิน หนุนคนไทยมีชีวิตดีขึ้นอย่างยั่งยืน   |   กปน.ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำ รองรับการประชุม IMF–World Bank 2026   |   กปน.จับมือ ทรู มันนี่ ยกเว้นค่าบริการจ่ายบิลค่าน้ำประปาเมื่อชำระเงินผ่าน แอปฯ True Money Wallet ตั้งแต่ บัดนี้ – 31 ม.ค. 70   |   กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของ 28 สุดยอดตัวแทน ในงาน APFinSA Awards ครั้งที่ 7 ประจำปี 2026   |   Vintage Car Show at  ICONSIAM จัดแสดงรถคลาสสิคยุค ’60 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา   |   “ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล” CEO บีเจซี ติดอันดับ Fortune Most Powerful Women Asia 2026 ต่อเนื่องปีที่ 3 ตอกย้ำบทบาทผู้นำหญิงไทยบนเวทีธุรกิจเอเชีย   |   มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ผสานระบบนิเวศครบวงจร จัดกิจกรรม ‘MILLENNIUM AUTO CARE 360°’ยกระดับการดูแลลูกค้า หลังผ่านพ้นอุทกภัย   |   กคช.เร่งฟื้นฟู 43 โครงการ หลังน้ำท่วม กระทบ 2.23 แสนคน   |   กสิกรไทย ผนึก 3 พันธมิตร “KBank ช่วยเปย์” สแกนจ่ายผ่าน K PLUS รับเงินคืน 80 บาท ช่วยลดภาระลูกค้า   |   BAM เปิดตัว “BAM Condos for Foreigners” เจาะตลาดต่างชาติ ชูคอนโดคุณภาพตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในไทย   |   กลุ่มบีเจซี บิ๊กซี รวมพลังน้ำใจ ช่วยภัยน้ำท่วมเพราะทุกการให้ คือพลังแห่งความหวัง   |   เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมอยู่เคียงข้างและดูแลลูกค้า มอบ 3 มาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนจากสถานณ์น้ำท่วม   |   กฟผ.โชว์นวัตกรรมหนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ชู SMR และการรีไซเคิลแบตเตอรี่   |   Fortune จัดอันดับ CEO กสิกรไทย เป็นผู้นำหญิงที่ทรงอิทธิพลสูงสุดอันดับ 1 ของไทย   |   กรุงเทพประกันชีวิต เติมพลังกาย-สร้างพลังใจ ผ่าน “มื้อใส่ใจ เติมความหวังให้ชีวิต” จับมือ มูลนิธิกระจกเงา ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน   |   นับถอยหลังสู่วัน “พักใจ” กับ “โด คยองซู”DAY-OFF IN BANGKOK ชวนแฟนไทยเตรียมฟินแบบใหล้ชิด 14-15 พ.ย. นี้   |   ออมสิน ขานรับนโยบายรัฐ ช่วยลูกหนี้น้ำท่วมตั้งหลัก พักหนี้ – ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือนยกระดับสินเชื่อเติมทุนซ่อมบ้าน – ฟื้นอาชีพ – ฟื้นกิจการ ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก   |   SME D Bank ช่วยต่อเนื่อง รวมพลังบรรจุ “ถุงน้ำใจ” นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม   |   EVAT–GIZ–TDRI ผนึกกำลังจัดสัมมนาใหญ่ เดินหน้าพัฒนาแนวทางจัดการแบตเตอรี่ EV อย่างยั่งยืนในไทย   |   SME D Bank ผนึก NFI ติดอาวุธ “เอสเอ็มอีอาหาร” สู่อนาคตเชื่อมเทคโนโลยี ตลาด เงินทุน หนุนอุตสาหกรรมสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย   |   “เอนี่เพย์”รับมาตรฐาน ISO/IEC 29110-4-1:2018เสริมแกร่งธุรกิจ Payment Technology สู่อนาคตดิจิทัลที่ยั่งยืน   |   เงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 (ศูนย์วิจัยกสิกรไทย)   |   เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ร่วม RWT เติมเต็มการวางแผนความมั่งคั่งระยะยาว ผ่านเวทีเสวนากฎหมายมรดกสำหรับลูกค้ากลุ่ม High Net Worth และสมาชิก Generali FIRST Club   |   ลีสซิ่งกสิกรไทย ส่งมอบรถรับ-ส่งพลังงานไฟฟ้าแก่ศูนย์นันทนาการลุมพินี คืนความสุขให้คนเมือง พร้อมโปรโมตแพลตฟอร์มสินเชื่อรถยนต์ KOK   |   คปภ.ยกระดับความพร้อมธุรกิจประกันภัย รับมือภัยไซเบอร์ยุค AI จัด Insurance Sector Cyber Exercise 2569 เสริม Cyber Resilience ทั้งระบบ   |   มีบัญชีออมทรัพย์กรุงศรี พร้อมตั้งโอนเงินล่วงหน้าเพื่อฝากเข้าบัญชีฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือนหรือ 36 เดือน รับฟรี Starbucks e-Coupon 100 บาท
Menu
  • หน้าหลัก
  • เศรษฐกิจ
  • ประกันชีวิต-ประกันภัย
  • การเงิน-ธนาคาร-หุ้น
  • พลังงาน-อุตสาหกรรม
  • พาณิชย์
  • คมนาคม
  • ไอที
  • อสังหาริมทรัพย์
  • ยานยนต์
  • ท่องเที่ยว
  • การศึกษา
  • สุขภาพ-ความงาม
  • CSR 
  • สังคม
  • การตลาด

© 2025 biztodaystation.co.th

“กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มทำงาน! คปภ. รุดลงพื้นที่เชียงใหม่–ลำพูนเร่งด่วนเดินหน้าความคุ้มครองทันที หลังน้ำป่าไหลหลากกระทบบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 1ราย

07/10/2026

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนและสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด ภายหลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ทำให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้รับความเสียหายในวงกว้าง รวมทั้งมีรายงานผู้เสียชีวิต โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ภายใต้“โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลเริ่มให้ความคุ้มครองบ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 30 ล้าน  หลังคาเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากรปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เดินทางลงพื้นที่ในวันที่ 7 ตุลาคม 2569เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ประชาชนในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร็ว

ในการนี้ เวลา 10.00 น. เลขาธิการ คปภ. ได้เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ณ ห้องพิธีการ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกลจากส่วนกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมกันนี้ เลขาธิการคปภ. ได้แถลงข่าวเปิดตัว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ร่วมกับ      นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และ ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รายงานภาพรวมความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3 บ้านห้วยหละ หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งม่าน หมู่ที่ 13 บ้านใหม่พัฒนา และหมู่ที่ 14 บ้านใหม่ศรีบุญเรือง โดยบางจุดระดับน้ำสูงถึงระดับเอว จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 225 หลังคาเรือน ซึ่งภายหลังเกิดเหตุจังหวัดลำพูนได้รับการประสานจากรัฐบาลและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในการขอรับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จังหวัดลำพูนจึงได้ประสานสำนักงาน คปภ. เชียงใหม่เพื่อร่วมวางแนวทางอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเจ้าหน้าที่สำนักงาน คปภ. ได้เข้าพื้นที่ช่วยเหลือทันที และเห็นว่าหากให้ประชาชนดำเนินการลงทะเบียนด้วยตนเองทั้งหมด อาจประสบปัญหาในบางขั้นตอน จึงกำหนดแนวทางนำร่องด้วยการรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยเบื้องต้นจำนวน 225 หลังคาเรือน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานที่จำเป็น อาทิ ภาพถ่ายความเสียหายหลักฐานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ตลอดจนแนะนำขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้การยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนได้นำตัวแทนประชาชนผู้ประสบภัยเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ เพื่อรับทราบขั้นตอนการดำเนินงาน รวมทั้งสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการปรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนต่อไป

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้รับข้อสั่งการจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสิทธิความคุ้มครองและกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยเร็วที่สุดเนื่องจากขณะนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเริ่มทยอยแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบแล้ว โดยขอเน้นย้ำว่า กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม2569 เป็นต้นไป สำหรับภัยใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

โดยกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ได้แก่ อุทกภัยวาตภัย และแผ่นดินไหว สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้ง                         ต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหวจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้งต่อ หลังคาเรือน ขณะที่กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อราย และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 200,000 บาทต่อราย

ทั้งนี้ ในส่วนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน กรณีจังหวัดลำพูนซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนความเสียหายที่เกินกว่าค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น จะพิจารณาจ่ายเพิ่มเติมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในวงเงินไม่เกิน 90,000 บาท โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) มาใช้สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบและประเมินความเสียหายเพื่อช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบประกันภัยในการช่วยรองรับและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติให้แก่ประชาชน โดยสำนักงาน คปภ. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศให้ติดตามสถานการณ์และ เข้าดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วนและรวดเร็ว นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นที่ผู้ประสบภัยอาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน

“สำนักงาน คปภ. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว โดยจะเร่งกระบวนการพิจารณาและ จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน15 วัน นับแต่บริษัทได้รับหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองตามโครงการดังกล่าว ซึ่งมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมรับประกันภัยจำนวน 11 บริษัท โดยให้                    ความคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และสำหรับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสินไหมทดแทนเฉพาะกิจ พร้อมวางระบบการรับแจ้งเหตุและกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งส่วนความเสียหายเบื้องต้นและส่วนความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้โดยสะดวก

สำหรับที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง จะต้องเป็นบ้านที่มีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งประชาชนเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายในจังหวัดลำพูนประมาณ 225 หลังคาเรือน สามารถแจ้งความเสียหายผ่านระบบที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดเตรียมไว้ได้ทันที ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1. เว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org 2. LINE Official Account @ThaiNATCAT 3. ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 และ 4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ โดยกรณีประชาชนไม่มีสมาร์ตโฟน เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลและดำเนินการแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้

ในส่วนขั้นตอนการแจ้งความเสียหายสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ผู้ประสบภัยยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์สำหรับรับค่าสินไหมทดแทน จากนั้นกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติบ้านเลขที่ และข้อมูลผู้ขอรับค่าสินไหมทดแทน พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหาย โดยกรณีไม่ได้อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ สามารถอัปโหลดภาพถ่ายความเสียหายเข้าสู่ระบบได้ เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้วระบบจะจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบว่าที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือไม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน

สำหรับกรณีอุทกภัย เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ให้แก่เจ้าของบ้านผ่านระบบพร้อมเพย์โดยหากเจ้าของบ้านไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรับเงินผ่านบัญชีธนาคารได้ ซึ่งสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว

ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายและสามารถประเมินความเสียหายได้สมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนการประเมินมูลค่าความเสียหายสำหรับการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนในส่วนความเสียหายเพิ่มเติม หากผู้ประสบภัยยอมรับผลการประเมิน จะเข้าสู่กระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่หากไม่ยอมรับผลการประเมิน จะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงอีกครั้ง โดยค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสองส่วนจะไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือนและต่อมา เวลา 14.00 น. นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคปภ. พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมแถลงข่าว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจากนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมรับฟังผ่านการประชุมผ่านระบบทางไกล

ในการนี้ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานสถานการณ์ความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุวาตภัยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 มีประชาชนถูกกระแสน้ำพัดเสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 54 ปี ซึ่งนับเป็นกรณีแรกที่เข้าหลักเกณฑ์การได้รับค่าสินไหมทดแทนภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรบริเวณบ้านวัดจันทร์ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 2 หลังคาเรือน

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สาขาสะเมิง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลผู้ประสบภัย พร้อมตรวจสอบสิทธิความคุ้มครองของผู้เสียชีวิต เพื่อดำเนินการตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัยอื่นของผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวย้ำว่า สำนักงาน คปภ. จะติดตามสถานการณ์ในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ประชาชน และผลักดันให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้องครบถ้วน และรวดเร็ว                  โดยสำนักงาน คปภ. จะติดตามการดำเนินการด้านค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจากเหตุภัยพิบัติ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและความคุ้มครองด้านการประกันภัยได้ที่สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ          LINE Official Account ““กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มทำงาน! คปภ. รุดลงพื้นที่เชียงใหม่–ลำพูนเร่งด่วน

เดินหน้าความคุ้มครองทันที หลังน้ำป่าไหลหลากกระทบบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนและสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด ภายหลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ทำให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้รับความเสียหายในวงกว้าง รวมทั้งมีรายงานผู้เสียชีวิต โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ภายใต้“โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลเริ่มให้ความคุ้มครองบ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 30 ล้าน   หลังคาเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากรปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เดินทางลงพื้นที่ในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ประชาชนในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่พร้อมประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร็ว

ในการนี้ เวลา 10.00 น. เลขาธิการ คปภ. ได้เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ณ ห้องพิธีการ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกลจากส่วนกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมกันนี้ เลขาธิการคปภ. ได้แถลงข่าวเปิดตัว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ร่วมกับ      นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และ ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รายงานภาพรวมความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3 บ้านห้วยหละ หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งม่าน หมู่ที่ 13 บ้านใหม่พัฒนา และหมู่ที่ 14 บ้านใหม่ศรีบุญเรือง โดยบางจุดระดับน้ำสูงถึงระดับเอว จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 225 หลังคาเรือน ซึ่งภายหลังเกิดเหตุจังหวัดลำพูนได้รับการประสานจากรัฐบาลและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในการขอรับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จังหวัดลำพูนจึงได้ประสานสำนักงาน คปภ. เชียงใหม่เพื่อร่วมวางแนวทางอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเจ้าหน้าที่สำนักงาน คปภ. ได้เข้าพื้นที่ช่วยเหลือทันที และเห็นว่าหากให้ประชาชนดำเนินการลงทะเบียนด้วยตนเองทั้งหมด อาจประสบปัญหาในบางขั้นตอน จึงกำหนดแนวทางนำร่องด้วยการรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยเบื้องต้นจำนวน 225 หลังคาเรือน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานที่จำเป็น อาทิ ภาพถ่ายความเสียหายหลักฐานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ตลอดจนแนะนำขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้การยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนได้นำตัวแทนประชาชนผู้ประสบภัยเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ เพื่อรับทราบขั้นตอนการดำเนินงาน รวมทั้งสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการปรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนต่อไป

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้รับข้อสั่งการจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสิทธิความคุ้มครองและกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยเร็วที่สุดเนื่องจากขณะนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเริ่มทยอยแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบแล้ว โดยขอเน้นย้ำว่า กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม2569 เป็นต้นไป สำหรับภัยใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

โดยกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ได้แก่ อุทกภัยวาตภัย และแผ่นดินไหว สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้ง                         ต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหวจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้งต่อ    หลังคาเรือน ขณะที่กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อราย และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 200,000 บาทต่อราย

ทั้งนี้ ในส่วนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน กรณีจังหวัดลำพูนซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนความเสียหายที่เกินกว่าค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น จะพิจารณาจ่ายเพิ่มเติมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในวงเงินไม่เกิน 90,000 บาท โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) มาใช้สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบและประเมินความเสียหายเพื่อช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบประกันภัยในการช่วยรองรับและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติให้แก่ประชาชน โดยสำนักงาน คปภ. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศให้ติดตามสถานการณ์และ เข้าดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วนและรวดเร็ว นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นที่ผู้ประสบภัยอาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน

“สำนักงาน คปภ. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว โดยจะเร่งกระบวนการพิจารณาและ                 จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับแต่บริษัทได้รับหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองตามโครงการดังกล่าว ซึ่งมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมรับประกันภัยจำนวน 11 บริษัท โดยให้                    ความคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และสำหรับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสินไหมทดแทนเฉพาะกิจ พร้อมวางระบบการรับแจ้งเหตุและกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งส่วนความเสียหายเบื้องต้นและส่วนความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้โดยสะดวก

สำหรับที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง จะต้องเป็นบ้านที่มีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งประชาชนเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายในจังหวัดลำพูนประมาณ 225 หลังคาเรือน สามารถแจ้งความเสียหายผ่านระบบที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดเตรียมไว้ได้ทันที ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1. เว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org 2. LINE Official Account @ThaiNATCAT 3. ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 และ 4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ โดยกรณีประชาชนไม่มีสมาร์ตโฟน เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลและดำเนินการแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้

ในส่วนขั้นตอนการแจ้งความเสียหายสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ผู้ประสบภัยยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์สำหรับรับค่าสินไหมทดแทน จากนั้นกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติบ้านเลขที่ และข้อมูลผู้ขอรับค่าสินไหมทดแทน พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหาย โดยกรณีไม่ได้อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ สามารถอัปโหลดภาพถ่ายความเสียหายเข้าสู่ระบบได้ เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้วระบบจะจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบว่าที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือไม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน

สำหรับกรณีอุทกภัย เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ให้แก่เจ้าของบ้านผ่านระบบพร้อมเพย์โดยหากเจ้าของบ้านไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรับเงินผ่านบัญชีธนาคารได้ ซึ่งสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว

ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายและสามารถประเมินความเสียหายได้สมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนการประเมินมูลค่าความเสียหายสำหรับการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนในส่วนความเสียหายเพิ่มเติม หากผู้ประสบภัยยอมรับผลการประเมิน จะเข้าสู่กระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่หาก ไม่ยอมรับผลการประเมิน จะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงอีกครั้ง โดยค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสองส่วนจะไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน และต่อมา เวลา 14.00 น. นายชูฉัตร ประมูลผลเลขาธิการ คปภ. พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมแถลงข่าว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจากนายเจเศรษฐ์ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายนิรัตน์พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมรับฟังผ่านการประชุมผ่านระบบทางไกล

ในการนี้ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานสถานการณ์ความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุวาตภัยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 มีประชาชนถูกกระแสน้ำพัดเสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 54 ปี  ซึ่งนับเป็นกรณีแรกที่เข้าหลักเกณฑ์การได้รับค่าสินไหมทดแทนภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรบริเวณบ้านวัดจันทร์ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 2 หลังคาเรือน

 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สาขาสะเมิง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลผู้ประสบภัย พร้อมตรวจสอบสิทธิความคุ้มครองของผู้เสียชีวิตเพื่อดำเนินการตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัยอื่นของผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวย้ำว่า สำนักงาน คปภ. จะติดตามสถานการณ์ในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ประชาชน และผลักดันให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้องครบถ้วน และรวดเร็ว                  โดยสำนักงาน คปภ. จะติดตามการดำเนินการด้านค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจากเหตุภัยพิบัติ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและความคุ้มครองด้านการประกันภัยได้ที่สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ          LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”

กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มทำงาน! คปภ. รุดลงพื้นที่เชียงใหม่–ลำพูนเร่งด่วนเดินหน้าความคุ้มครองทันที หลังน้ำป่าไหลหลากกระทบบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 1 ราย

สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลำพูนและสถานการณ์วาตภัยในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด ภายหลังเกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ทำให้บ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรของประชาชนได้รับความเสียหายในวงกว้าง รวมทั้งมีรายงานผู้เสียชีวิต โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลัง “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ภายใต้“โครงการประกันภัยพิบัติเพื่อประชาชน” ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลเริ่มให้ความคุ้มครองบ้านเรือนประชาชนทั่วประเทศ 30 ล้าน   หลังคาเรือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย นายอาภากรปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย เดินทางลงพื้นที่ในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือด้านประกันภัยแก่ประชาชนในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่พร้อมประสานการดำเนินงานกับหน่วยงานภาครัฐและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้การจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ประชาชนผู้ประสบภัยโดยเร็ว

ในการนี้ เวลา 10.00 น.

เลขาธิการ คปภ. ได้เข้าร่วมการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ณ ห้องพิธีการ ศูนย์ราชการจังหวัดลำพูน โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมผ่านระบบทางไกลจากส่วนกลาง เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ พร้อมกันนี้ เลขาธิการ คปภ. ได้แถลงข่าวเปิดตัว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ร่วมกับ       นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน และ ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย

นายปิยพงศ์ ชูวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน รายงานภาพรวมความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ตำบลป่าพลู อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 3 บ้านห้วยหละ หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งม่าน หมู่ที่ 13 บ้านใหม่พัฒนา และหมู่ที่ 14 บ้านใหม่ศรีบุญเรือง โดยบางจุดระดับน้ำสูงถึงระดับเอว จากการสำรวจความเสียหายเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายประมาณ 225 หลังคาเรือน ซึ่งภายหลังเกิดเหตุจังหวัดลำพูนได้รับการประสานจากรัฐบาลและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในการขอรับค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

เนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นของการดำเนินงานตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ จังหวัดลำพูนจึงได้ประสานสำนักงาน คปภ. เชียงใหม่เพื่อร่วมวางแนวทางอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเจ้าหน้าที่สำนักงาน คปภ. ได้เข้าพื้นที่ช่วยเหลือทันที และเห็นว่าหากให้ประชาชนดำเนินการลงทะเบียนด้วยตนเองทั้งหมด อาจประสบปัญหาในบางขั้นตอน จึงกำหนดแนวทางนำร่องด้วยการรวบรวมรายชื่อผู้ประสบภัยเบื้องต้นจำนวน 225 หลังคาเรือน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานที่จำเป็น อาทิ ภาพถ่ายความเสียหายหลักฐานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ตลอดจนแนะนำขั้นตอนการลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้การยื่นขอรับค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งนี้ จังหวัดลำพูนได้นำตัวแทนประชาชนผู้ประสบภัยเข้าร่วมการแถลงข่าวในครั้งนี้ เพื่อรับทราบขั้นตอนการดำเนินงาน รวมทั้งสะท้อนปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการปรับแนวทางการให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนต่อไป

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. ได้รับข้อสั่งการจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ลงพื้นที่จังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์ข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบสิทธิความคุ้มครองและกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนโดยเร็วที่สุดเนื่องจากขณะนี้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเริ่มทยอยแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบแล้ว โดยขอเน้นย้ำว่า กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติเริ่มให้ความคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม2569 เป็นต้นไป สำหรับภัยใหม่ที่เกิดขึ้น ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

โดยกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ได้แก่ อุทกภัยวาตภัย และแผ่นดินไหว สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน โดยกรณีอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 10,000 บาทต่อครั้ง                         ต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณีวาตภัยและแผ่นดินไหวจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น 5,000 บาทต่อครั้งต่อ หลังคาเรือน ขณะที่กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อราย และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติให้ความคุ้มครอง 200,000 บาทต่อราย

ทั้งนี้ ในส่วนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจะต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน กรณีจังหวัดลำพูนซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจะได้รับค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนความเสียหายที่เกินกว่าค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น จะพิจารณาจ่ายเพิ่มเติมตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงในวงเงินไม่เกิน 90,000 บาท โดยสมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) มาใช้สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบและประเมินความเสียหายเพื่อช่วยให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของระบบประกันภัยในการช่วยรองรับและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติให้แก่ประชาชน โดยสำนักงาน คปภ. จะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ พร้อมกำชับสำนักงาน คปภ. ทั่วประเทศให้ติดตามสถานการณ์และเข้าดูแลช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการประกันภัย และสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้อง ครบถ้วนและรวดเร็ว นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. จะตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยประเภทอื่นที่ผู้ประสบภัยอาจมีความคุ้มครองเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน

“สำนักงาน คปภ. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้ประชาชนผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว โดยจะเร่งกระบวนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แล้วเสร็จภายใน15 วัน นับแต่บริษัทได้รับหลักฐานประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับความคุ้มครองตามโครงการดังกล่าว ซึ่งมีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมรับประกันภัยจำนวน 11 บริษัท โดยให้                    ความคุ้มครองภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป และสำหรับเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูนได้มีการประกาศเขตภัยพิบัติแล้ว ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการสินไหมทดแทนเฉพาะกิจ พร้อมวางระบบการรับแจ้งเหตุและกระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งส่วนความเสียหายเบื้องต้นและส่วนความเสียหายเพิ่มเติม เพื่อให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเข้าถึงสิทธิประโยชน์ได้โดยสะดวก

สำหรับที่อยู่อาศัยที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครอง จะต้องเป็นบ้านที่มีทะเบียนบ้านและมีข้อมูลขึ้นทะเบียนกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งปลูกสร้าง ไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งประชาชนเจ้าของบ้านที่ได้รับความเสียหายในจังหวัดลำพูนประมาณ 225 หลังคาเรือน สามารถแจ้งความเสียหายผ่านระบบที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยจัดเตรียมไว้ได้ทันที ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1. เว็บไซต์ www.thaiNATCAT.org 2. LINE Official Account @ThaiNATCAT 3. ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 และ 4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ โดยกรณีประชาชนไม่มีสมาร์ตโฟน เจ้าหน้าที่สามารถให้ความช่วยเหลือในการกรอกข้อมูลและดำเนินการแจ้งเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนได้

ในส่วนขั้นตอนการแจ้งความเสียหายสามารถดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ ผู้ประสบภัยยืนยันตัวตนผ่าน ThaID ระบุข้อมูลพร้อมเพย์สำหรับรับค่าสินไหมทดแทน จากนั้นกรอกข้อมูลเกี่ยวกับเหตุภัยพิบัติบ้านเลขที่ และข้อมูลผู้ขอรับค่าสินไหมทดแทน พร้อมแนบภาพถ่ายความเสียหาย โดยกรณีไม่ได้อยู่ ณ จุดเกิดเหตุ สามารถอัปโหลดภาพถ่ายความเสียหายเข้าสู่ระบบได้ เมื่อบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้วระบบจะจัดเก็บข้อมูลและตรวจสอบว่าที่อยู่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติ ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุหรือไม่ ก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน

สำหรับกรณีอุทกภัย เมื่อผ่านการตรวจสอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแล้ว จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายเบื้องต้น10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ให้แก่เจ้าของบ้านผ่านระบบพร้อมเพย์โดยหากเจ้าของบ้านไม่มีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งเลขที่บัญชีธนาคารพร้อมเอกสารประกอบเพื่อรับเงินผ่านบัญชีธนาคารได้ ซึ่งสมาคมประกันวินาศภัยไทยได้ประสานความร่วมมือกับธนาคารออมสินเพื่อสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว

ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายและสามารถประเมินความเสียหายได้สมาคมประกันวินาศภัยไทยจะนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สนับสนุนการประเมินมูลค่าความเสียหายสำหรับการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนในส่วนความเสียหายเพิ่มเติม หากผู้ประสบภัยยอมรับผลการประเมิน จะเข้าสู่กระบวนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่หากไม่ยอมรับผลการประเมิน จะมีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงอีกครั้ง โดยค่าสินไหมทดแทนรวมทั้งสองส่วนจะไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือนและต่อมา เวลา 14.00 น. นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคปภ. พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และนายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมแถลงข่าว “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 2 ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับเกียรติจากนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงมหาดไทยและนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมรับฟังผ่านการประชุมผ่านระบบทางไกล

ในการนี้ นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานสถานการณ์ความเสียหายและการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติว่า จากเหตุวาตภัยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 มีประชาชนถูกกระแสน้ำพัดเสียชีวิต 1 ราย เป็นหญิงอายุ 54 ปี ซึ่งนับเป็นกรณีแรกที่เข้าหลักเกณฑ์การได้รับค่าสินไหมทดแทนภายใต้โครงการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายต่อพื้นที่การเกษตรบริเวณบ้านวัดจันทร์ ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ และมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายจำนวน 2 หลังคาเรือน

 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ สาขาสะเมิง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลผู้ประสบภัย พร้อมตรวจสอบสิทธิความคุ้มครองของผู้เสียชีวิตเพื่อดำเนินการตามเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลด้านการประกันภัยอื่นของผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่อย่างใกล้ชิด 

เลขาธิการ คปภ. กล่าวย้ำว่า สำนักงาน คปภ. จะติดตามสถานการณ์ในจังหวัดลำพูนและจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ประชาชน และผลักดันให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัยอย่างถูกต้องครบถ้วน และรวดเร็ว                  โดยสำนักงาน คปภ. จะติดตามการดำเนินการด้านค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ระบบประกันภัยเป็นกลไกสำคัญในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนจากเหตุภัยพิบัติ ทั้งนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและความคุ้มครองด้านการประกันภัยได้ที่สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ          LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”

@OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”

Tags: “กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ”กระทบบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือนรุดลงพื้นที่เชียงใหม่–ลำพูน
  • FacebookFacebook
  • XX
  • LINELine

ข่าวล่าสุด

ออมสิน โอนจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมวันต่อวัน ตามรายชื่อที่ ปภ. แจ้งล่าสุด โอนจ่ายตามรายชื่อถึงวันที่ 7 ต.ค. 69 กว่า 27,000 ราย เป็นเงินกว่า 246 ลบ. จากวงเงินรวม 4,700 ลบ.

ออมสิน โอนจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมวันต่อวัน ตามรายชื่อที่ ปภ. แจ้งล่าสุด โอนจ่ายตามรายชื่อถึงวันที่ 7 ต.ค. 69 กว่า 27,000 ราย เป็นเงินกว่า 246 ลบ. จากวงเงินรวม 4,700 ลบ.

07/10/2026
“กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มทำงาน! คปภ. รุดลงพื้นที่เชียงใหม่–ลำพูนเร่งด่วนเดินหน้าความคุ้มครองทันที หลังน้ำป่าไหลหลากกระทบบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 1ราย

“กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” เริ่มทำงาน! คปภ. รุดลงพื้นที่เชียงใหม่–ลำพูนเร่งด่วนเดินหน้าความคุ้มครองทันที หลังน้ำป่าไหลหลากกระทบบ้านเรือนกว่า 200 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิต 1ราย

07/10/2026
SME D Bank ผนึก ส.อ.ท. ‘เชื่อมทุน เชื่อมอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน SME ไทย’ ขยายเครือข่าย หนุนเข้าถึง “แหล่งทุนและการพัฒนา” ยกระดับเติบโตยั่งยืน

SME D Bank ผนึก ส.อ.ท. ‘เชื่อมทุน เชื่อมอุตสาหกรรม ขับเคลื่อน SME ไทย’ ขยายเครือข่าย หนุนเข้าถึง “แหล่งทุนและการพัฒนา” ยกระดับเติบโตยั่งยืน

07/10/2026
วิริยะประกันภัย สนับสนุน พม. ส่งต่อถุงยังชีพดูแลกลุ่มเปราะบางจากสถานการณ์อุทกภัย

วิริยะประกันภัย สนับสนุน พม. ส่งต่อถุงยังชีพดูแลกลุ่มเปราะบางจากสถานการณ์อุทกภัย

07/10/2026
เงินติดล้อ คว้ารางวัล ESGBusiness Awards 2026 ระดับเอเชีย ตอกย้ำภารกิจสร้างความรู้การเงิน หนุนคนไทยมีชีวิตดีขึ้นอย่างยั่งยืน

เงินติดล้อ คว้ารางวัล ESGBusiness Awards 2026 ระดับเอเชีย ตอกย้ำภารกิจสร้างความรู้การเงิน หนุนคนไทยมีชีวิตดีขึ้นอย่างยั่งยืน

07/10/2026
กปน.ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำ รองรับการประชุม IMF–World Bank 2026

กปน.ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพน้ำ รองรับการประชุม IMF–World Bank 2026

07/10/2026
กปน.จับมือ ทรู มันนี่ ยกเว้นค่าบริการจ่ายบิลค่าน้ำประปาเมื่อชำระเงินผ่าน แอปฯ True Money Wallet ตั้งแต่ บัดนี้ – 31 ม.ค. 70

กปน.จับมือ ทรู มันนี่ ยกเว้นค่าบริการจ่ายบิลค่าน้ำประปาเมื่อชำระเงินผ่าน แอปฯ True Money Wallet ตั้งแต่ บัดนี้ – 31 ม.ค. 70

07/10/2026
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของ 28 สุดยอดตัวแทน ในงาน APFinSA Awards ครั้งที่ 7 ประจำปี 2026

กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของ 28 สุดยอดตัวแทน ในงาน APFinSA Awards ครั้งที่ 7 ประจำปี 2026

07/10/2026

Related Posts

วิริยะประกันภัย สนับสนุน พม. ส่งต่อถุงยังชีพดูแลกลุ่มเปราะบางจากสถานการณ์อุทกภัย

วิริยะประกันภัย สนับสนุน พม. ส่งต่อถุงยังชีพดูแลกลุ่มเปราะบางจากสถานการณ์อุทกภัย

07/10/2026
เงินติดล้อ คว้ารางวัล ESGBusiness Awards 2026 ระดับเอเชีย ตอกย้ำภารกิจสร้างความรู้การเงิน หนุนคนไทยมีชีวิตดีขึ้นอย่างยั่งยืน

เงินติดล้อ คว้ารางวัล ESGBusiness Awards 2026 ระดับเอเชีย ตอกย้ำภารกิจสร้างความรู้การเงิน หนุนคนไทยมีชีวิตดีขึ้นอย่างยั่งยืน

07/10/2026
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของ 28 สุดยอดตัวแทน ในงาน APFinSA Awards ครั้งที่ 7 ประจำปี 2026

กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของ 28 สุดยอดตัวแทน ในงาน APFinSA Awards ครั้งที่ 7 ประจำปี 2026

07/10/2026
เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมอยู่เคียงข้างและดูแลลูกค้า มอบ 3 มาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนจากสถานณ์น้ำท่วม

เอไอเอ ประเทศไทย พร้อมอยู่เคียงข้างและดูแลลูกค้า มอบ 3 มาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือนร้อนจากสถานณ์น้ำท่วม

07/10/2026
กรุงเทพประกันชีวิต เติมพลังกาย-สร้างพลังใจ ผ่าน “มื้อใส่ใจ เติมความหวังให้ชีวิต” จับมือ มูลนิธิกระจกเงา ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน

กรุงเทพประกันชีวิต เติมพลังกาย-สร้างพลังใจ ผ่าน “มื้อใส่ใจ เติมความหวังให้ชีวิต” จับมือ มูลนิธิกระจกเงา ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน

07/10/2026
Next Post
ออมสิน โอนจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมวันต่อวัน ตามรายชื่อที่ ปภ. แจ้งล่าสุด โอนจ่ายตามรายชื่อถึงวันที่ 7 ต.ค. 69 กว่า 27,000 ราย เป็นเงินกว่า 246 ลบ. จากวงเงินรวม 4,700 ลบ.

ออมสิน โอนจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมวันต่อวัน ตามรายชื่อที่ ปภ. แจ้งล่าสุด โอนจ่ายตามรายชื่อถึงวันที่ 7 ต.ค. 69 กว่า 27,000 ราย เป็นเงินกว่า 246 ลบ. จากวงเงินรวม 4,700 ลบ.

© 2025 biztodaystation.co.th
Total Visit : 21,087,194
No Result
View All Result
  • หน้าหลัก
  • เศรษฐกิจ
  • ประกันชีวิต-ประกันภัย
  • การเงิน-ธนาคาร-หุ้น
  • พลังงาน-อุตสาหกรรม
  • พาณิชย์
  • คมนาคม
  • ไอที
  • อสังหาริมทรัพย์
  • ยานยนต์
  • ท่องเที่ยว
  • การศึกษา
  • สุขภาพ-ความงาม
  • CSR 
  • สังคม
  • การตลาด

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.