
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นฤดูกาลแห่งการเดินทางของคนไทย หลายครอบครัวเลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวเพื่อกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น การขับรถทางไกลในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงเรื่องความสะดวกสบายเท่านั้น หากยังต้องคำนึงถึงทั้ง “ความประหยัดน้ำมัน” และ “ความปลอดภัย” เพื่อให้การเดินทางราบรื่นตลอดเส้นทาง ผู้ขับขี่จึงควรเตรียมความพร้อมของรถก่อนออกเดินทาง และปรับพฤติกรรมการขับขี่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและลดความเสี่ยงรถเสียระหว่างการเดินทางข้อมูลจาก นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากกว่า 30 ปี เปิดเผยว่า ปัญหาที่มักพบในช่วงเดินทางเทศกาลสงกรานต์คือ สภาพการจราจรติดขัดต่อเนื่อง ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานหนัก เกิดความร้อนสะสมสูง ขณะเดียวกันผู้ขับขี่ก็โอกาสเกิดความเหนื่อยล้า ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านความปลอดภัยโดยตรง

ดังนั้น การเตรียมรถให้พร้อมและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดทั้งความเสี่ยงและต้นทุน โดยเฉพาะในยุคน้ำมันแพง การวางแผนเส้นทางและตรวจเช็กรถก่อนออกเดินทาง จะช่วยให้การเดินทางมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยมีคำแนะนำเบื้องต้น เมื่อต้องขับรถทางไกล ยุคน้ำมันแพง ดังนี้
- เช็กรถก่อนเดินทาง ลดเสี่ยงรถเสียกลางทาง สิ่งสำคัญที่สุด คือเตรียมรถให้พร้อม ควรตรวจสอบระบบพื้นฐานของรถให้ครบถ้วน โดยเฉพาะระบบเบรก เช่น ผ้าเบรก น้ำมันเบรก รวมถึงแบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง ระบบไฟส่องสว่าง และระบบหล่อเย็น เพื่อให้มั่นใจว่ารถพร้อมใช้งานจริง ทั้งนี้ สาเหตุหลักของรถเสียระหว่างทางมักเกิดจากการขาดการบำรุงรักษา โดยเฉพาะระบบหล่อเย็น แบตเตอรี่ และยางรถยนต์
- ขับรถด้วยความเร็วคงที่ ช่วยประหยัดน้ำมันมากขึ้น หลีกเลี่ยงการเร่ง-เบรกกระชาก การขับรถด้วยความเร็วสม่ำเสมอประมาณ 80–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานมีประสิทธิภาพและใช้น้ำมันอย่างคุ้มค่า ลดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ขณะที่การเร่งหรือเบรกกะทันหันบ่อยครั้ง จะทำให้รถกินน้ำมันเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น
- ลดน้ำหนักสัมภาระ ไม่บรรทุกเกินจำเป็น ผู้ขับขี่ทางไกลควรลดน้ำหนักสัมภาระที่ไม่จำเป็น เพราะรถที่บรรทุกสัมภาระมากเกินไป จะทำให้เครื่องยนต์ต้องทำงานหนัก ส่งผลให้สิ้นเปลืองน้ำมันมากขึ้น จึงควรจัดสัมภาระเท่าที่จำเป็น และหลีกเลี่ยงการวางสัมภาระบนหลังคารถ เนื่องจากจะเพิ่มแรงต้านลม
- วางแผนเส้นทางล่วงหน้า เลี่ยงรถติด ผู้ขับขี่ควรวางแผนการเดินทาง และศึกษาเส้นทางให้ดีก่อนออกเดินทาง และเลือกเส้นทางที่ลดการจราจรติดขัด การศึกษาสภาพการจราจรล่วงหน้าจะช่วยลดการติดขัดบนท้องถนน โดยผู้ขับขี่สามารถใช้แอปพลิเคชันนำทาง เช่น Google Maps เพื่อเลือกเส้นทางที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงจุดที่มีการจราจรหนาแน่น จะช่วยลดเวลาและประหยัดน้ำมัน
- ตรวจสภาพยางและลมยางให้เหมาะสม ยางรถยนต์มีผลโดยตรงต่อทั้งความปลอดภัยและการประหยัดน้ำมัน ควรตรวจสอบดอกยางให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และเติมลมยางตามค่ามาตรฐาน ลมยางที่เหมาะสมช่วยลดแรงต้าน และดอกยางที่ดีช่วยการยึดเกาะถนน ส่วนลมยางที่อ่อนเกินไปจะเพิ่มแรงต้าน ทำให้รถกินน้ำมันมากขึ้นและยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการสึกหรอของยางเร็วกว่าปกติดังนั้น ควรตรวจเช็กลมยางให้เหมาะสมตามค่ามาตรฐานก่อนเดินทางทุกครั้ง
- วางแผนเติมน้ำมันให้เพียงพอ ผู้ขับขี่ทางไกลควรเติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนออกเดินทาง และไม่ปล่อยให้น้ำมันอยู่ในระดับต่ำเกินไป โดยควรเติมเมื่อน้ำมันเหลือประมาณ 1/4 ถัง แต่ในปัจจุบันในยุคที่น้ำมันแพงและอาจขาดแคลน หรือมีปั๊มน้ำมันไม่เพียงพอในบางพื้นที่ ผู้ขับขี่ควรเติมเมื่อน้ำมันเริ่มพร่องถัง เพื่อช่วยให้การเดินทางราบรื่นไม่สะดุด และหากเกิดเหตุฉุกเฉินน้ำมันใกล้หมดถัง ควรรีบวางแผนหาปั๊มใกล้ที่สุด ไม่ควรฝืนขับจนน้ำมันหมดถัง เพราะอาจส่งผลกระทบต่อระบบเชื้อเพลิงและความปลอดภัย
- ในกรณีฉุกเฉิน หากรถเสียระหว่างทาง ควรจอดรถในจุดที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน และตั้งป้ายเตือนให้รถคันอื่นมองเห็นได้ชัด หลีกเลี่ยงการจอดในจุดอับสายตาหรือทางโค้ง และไม่ควรซ่อมรถเองหากไม่มีความพร้อม นอกจากนี้ ควรมีอุปกรณ์ฉุกเฉินติดรถ เช่น สายพ่วงแบตเตอรี่ ไฟฉาย ป้ายสะท้อนแสง ยางอะไหล่ และเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน

นายชวิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเดินทางไกลในช่วงเทศกาลให้ปลอดภัย ควรเริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมรถให้พร้อม วางแผนเส้นทางล่วงหน้า และปรับพฤติกรรมการขับขี่ให้เหมาะสม เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้การเดินทางราบรื่น ประหยัด และปลอดภัยตลอดเส้นทาง
“การเดินทางที่ดีไม่ใช่แค่ไปถึง แต่ต้องปลอดภัยและคุ้มค่า การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดทั้งความเสี่ยงและค่าใช้จ่าย ชลิต อินดัสทรีฯ ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปี มุ่งพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพ เพื่อเสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง ชิ้นส่วน POP ของเราอาจไม่ได้อยู่ในรถของคุณ แต่เราอยู่ใต้รถของคุณเสมอ ทุกชิ้นส่วนถูกออกแบบเพื่อให้รถพร้อมใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ” นายชวิศ กล่าว

ทั้งนี้ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ยังคงเดินหน้าพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “POP” อย่างต่อเนื่อง โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางรองแท่นเครื่อง เพลากลาง กันฝุ่นเพลาขับ และบู๊ชปีกนก ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคลไปจนถึงรถเพื่อการพาณิชย์ โดยผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ https://chalitindustry.com โทร. 02-802-6400 และอีเมล info@chalitindustry.com











