
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) โดย Center of InsurTechThailand (CIT) จัดงานสัมมนาวิชาการ InsurTech Summit 2026 ภายใต้แนวคิด “Intelligent. Resilient. Beyond Boundaries – Where Insurance Meets Life and Trust” เพื่อเป็นเวทีเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ภาคธุรกิจประกันภัย และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนานวัตกรรมประกันภัยไทยให้มีความมั่นคงยืดหยุ่น และพร้อมรับความเสี่ยงในอนาคต โดยจัดขึ้น ณ C aseanRatchada ชั้น 10 อาคาร CW Tower ถนนรัชดาภิเษกกรุงเทพมหานคร
การจัดงานในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ“National Risk Buffer: The Shield Behind Thailand’s Economy” ซึ่งสะท้อนทิศทางการยกระดับบทบาทของระบบประกันภัยจากการเป็นเครื่องมือคุ้มครองความเสี่ยงรายบุคคลและภาคธุรกิจ ไปสู่การเป็นกลไกสำคัญในการรองรับความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ท่ามกลางความท้าทายจากภัยพิบัติ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความเสี่ยงด้านสุขภาพ และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
เลขาธิการ คปภ. กล่าวถึงความสำคัญของการจัดงานว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยในยุคปัจจุบันไม่อาจมุ่งเน้นเพียงการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจเท่านั้น แต่จำเป็นต้องสร้างระบบนิเวศประกันภัยที่ทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทประกันภัย ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนานวัตกรรมที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและความเสี่ยงรูปแบบใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการทำให้ระบบประกันภัยมีความมั่นคง ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างทั่วถึง และสามารถใช้ประโยชน์จากระบบประกันภัยในการบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างแท้จริง
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยให้ก้าวสู่เป้าหมายดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยการพัฒนาองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้าน หรือ 4 Pillars ที่เชื่อมโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกัน ได้แก่
Pillars 1 : Stability & Ecosystem Synergy การเสริมสร้างเสถียรภาพและความเข้มแข็งของอุตสาหกรรมประกันภัย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ภาคธุรกิจ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อสร้าง ระบบนิเวศประกันภัยที่มีความมั่นคง สามารถเชื่อมโยงทรัพยากร องค์ความรู้ และศักยภาพของแต่ละภาคส่วนเข้าด้วยกัน อันเป็นรากฐานสำคัญ ในการรองรับความเสี่ยงและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
Pillars 2 : Technology & Data-Driven for Inclusion การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการให้บริการและการบริหารจัดการสินไหมทดแทน เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้เอาประกันภัย ลดข้อจำกัดด้านต้นทุนและการเข้าถึงบริการ ตลอดจนขยายโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความต้องการได้มากยิ่งขึ้น
Pillars 3 : Resilience & Healthspan การเสริมสร้างความสามารถในการรับมือและปรับตัวต่อความเสี่ยงรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านสุขภาพและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ผ่านการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมประกันภัย ระบบสาธารณสุข และเทคโนโลยีเพื่อพัฒนานวัตกรรมที่สนับสนุนการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน การบริหาร ความเสี่ยง และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจ
Pillars 4 : Human Skill การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมประกันภัยให้มีทักษะที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โดยเฉพาะความสามารถในการใช้ AI การวิเคราะห์ข้อมูล และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการทำงาน เพื่อให้บุคลากรสามารถปรับตัวและนำเทคโนโลยีมาสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ธุรกิจ เนื่องจากการพัฒนานวัตกรรมจะเกิดผลสำเร็จได้อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีความรู้และทักษะเพียงพอในการขับเคลื่อนให้เกิดผลในทางปฏิบัติ
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เสาหลักทั้ง 4 ด้านเป็นองค์ประกอบที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน โดยเสถียรภาพและความร่วมมือเป็นรากฐานของระบบประกันภัย เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นเครื่องมือสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและขยายโอกาสการเข้าถึงความคุ้มครอง การบริหารความเสี่ยงและนวัตกรรมสุขภาพช่วยเสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลง ขณะที่การพัฒนาบุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันทุกองค์ประกอบให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม การบูรณาการทั้ง 4 ด้านจึงไม่เพียงช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย แต่ยังสนับสนุนการพัฒนาระบบประกันภัยให้เป็นกลไกรองรับความเสี่ยงของประเทศ หรือNational Risk Buffer ที่สามารถช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับกิจกรรมภายในงาน InsurTech Summit 2026 ประกอบด้วยการบรรยายพิเศษและการเสวนาจากผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลเพื่อยกระดับการบริหารความเสี่ยง การพัฒนาระบบนิเวศด้านสุขภาพ การประกันภัยความเสี่ยงจาก AI นวัตกรรมสุขภาพเฉพาะบุคคล ตลอดจนการพัฒนาทักษะบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โดยมุ่งเชื่อมโยงองค์ความรู้และแนวโน้มเทคโนโลยีใหม่เข้ากับการพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยอย่างเป็นรูปธรรม
อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญคือ Demo Showcase ภายใต้แนวคิด “7 นวัตกรรม 7 เวทีสาธิต” ซึ่งเปิดพื้นที่ให้บริษัทเทคโนโลยีและองค์กรชั้นนำ 7 แห่ง นำเสนอนวัตกรรมและสาธิตโซลูชันที่สามารถประยุกต์ใช้กับภาคธุรกิจประกันภัย ได้แก่ บริษัท ไอบอทน้อย จำกัด (iBotnoi) นำเสนอเทคโนโลยี Enterprise AI ทั้งระบบผู้ช่วยอัจฉริยะด้านเสียงและข้อความ รวมถึงการวิเคราะห์อารมณ์และอวตารเสมือนจริง เพื่อยกระดับการให้บริการลูกค้า บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BDMS) นำเสนอแนวทางการเชื่อมโยงระบบบริการสุขภาพ ตั้งแต่การป้องกัน การรักษา ไปจนถึงการดูแลสุขภาพระยะยาว บริษัท เมก้า วิซจำกัด (Mega Wiz) นำเสนอการประยุกต์ใช้ Health AI และข้อมูลสุขภาพเพื่อสนับสนุนการพิจารณารับประกันภัยและการประเมินความเสี่ยง บริษัท แอพแมน จำกัด (AppMan) นำเสนอโซลูชันด้าน Digital Customer Experience และการใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของธุรกิจประกันภัยและสถาบันการเงิน บริษัท พีเอ็กซ์ พร็อพเพอร์ตี้เอ็กซ์เพิร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด (PX PropertyExpert) นำเสนอการใช้ AI ร่วมกับความเชี่ยวชาญของบุคลากรในการประเมินและบริหารจัดการความเสียหายต่อทรัพย์สิน บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) (Bluebik)นำเสนอโซลูชันด้าน Digital Transformation การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และบริษัท นีโอโซ จำกัด (NEOZO) นำเสนอเทคโนโลยีด้าน Data Platform, AI และ Automation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการดำเนินงานและสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการ (Exhibition) จากบริษัทประกันภัย บริษัทเทคโนโลยี และผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมกว่า 25 บูธ ครอบคลุมเทคโนโลยี AI, Data, Digital Transformation, HealthTech, FinTech และ InsurTech Solutions เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสนวัตกรรมและโซลูชันใหม่ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจประกันภัย ทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การพัฒนาบริการ และการยกระดับประสบการณ์ของผู้เอาประกันภัย ตลอดจนเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในภาคธุรกิจอย่างเหมาะสม ขณะเดียวกัน งานดังกล่าวยังให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือภายใต้แนวคิด Insurance Ecosystem โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแล ผู้บริหารและบุคลากรในธุรกิจประกันภัย บริษัทนายหน้าประกันภัย บริษัทเทคโนโลยี ตลอดจนผู้ประกอบการ Tech Startup และ InsurTech ได้พบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม รวมถึงแสวงหาโอกาสในการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจและพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเชื่อมโยงศักยภาพของแต่ละภาคส่วนให้สามารถต่อยอดสู่ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศประกันภัยไทยให้มีความเข้มแข็งและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแกร่ง งานในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตร ด้านเทคโนโลยีระดับโลกอย่างAmazon Web Services (AWS) Thailand ที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนและเปิดพื้นที่เครือข่าย “Connect Beyond the Sessions” ในช่วงท้ายของงาน โดย AWS ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองสำคัญในช่วง Closing Session เกี่ยวกับการบูรณาการความร่วมมือข้ามสายอาชีพ ทั้งหน่วยงานกำกับดูแล บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ (Big Tech) สตาร์ทอัพและบริษัทประกันภัย พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงข้อมูล และระบบคลาวด์ ซึ่งเปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องยนต์สำคัญในการสร้างความยืดหยุ่น ให้กับอุตสาหกรรมประกันภัย เพื่อเปิดประตูสู่ความร่วมมือใหม่ ๆ และต่อยอดนวัตกรรมได้อย่างไร้รอยต่อ
การจัดงาน InsurTech Summit 2026 นับเป็นการต่อยอดความร่วมมือด้านนวัตกรรมประกันภัยจากปีที่ผ่านมา สู่การสร้างระบบนิเวศประกันภัยที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี ข้อมูล และศักยภาพของบุคลากรเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมประกันภัยไทยสามารถพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความเสี่ยงและความต้องการของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมยกระดับความเชื่อมั่นและขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม ตลอดจนเสริมสร้างบทบาทของระบบประกันภัยในการเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยรองรับความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน












