TCTD ผนึกสมาคมฌาปนกิจฯ และ ไอ-ออโตเมท ร่วมลงนาม MOU เดินหน้าโครงการ “สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคตฯ”
สมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทย (TCTD) ร่วมกับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์สมาชิกของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย และบริษัท ไอ-ออโตเมท จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เดินหน้าโครงการ “สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคต ก้าวใหม่ ที่ไกลกว่า ร่วมพัฒนาสหกรณ์ไทย” ผนึกกำลังส่งต่อ “สหกรณ์ฟิน (Sahakorn Fin)” แพลตฟอร์มสวัสดิการดิจิทัลรูปแบบใหม่ เพื่อยกระดับระบบฌาปนกิจสงเคราะห์และสร้างความมั่นคงให้สมาชิกสหกรณ์ไทยทั่วประเทศกว่า 13 ล้านคนภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันให้เป็น“สวัสดิการ” เพื่อคนที่คุณรัก” มั่นใจจะได้การตอบรับที่ดีจากสมาชิกทั่วประเทศ ดร. สรวิชญ์ เปรมชื่น อุปนายก สมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทย กล่าวว่า TCTD เป็นองค์กรภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนในการสร้างอำนาจต่อรองและช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์รวมถึงกลุ่มเกษตรกร โดยเน้นหนักไปที่ด้านพลังงานและการลดค่าครองชีพTCTD ผนึกกำลังของทั้ง 3 องค์กร ได้แก่ สมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทย สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์สมาชิกของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย และ บริษัท ไอ-ออโตเมทจำกัด ในครั้งนี้เพื่อเดินหน้าโครงการ “สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคต ก้าวใหม่ ที่ไกลกว่า ร่วมพัฒนาสหกรณ์ไทย” เกิดขึ้นจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันที่ส่งผลให้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หลายแห่งประสบปัญหาสมาชิกหยุดส่งเงินสมทบฌาปนกิจรายเดือน จนหลายสมาคมไม่สามารถดำเนินงานต่อได้ ขณะที่สมาชิกจำนวนมากที่ส่งเงินสมทบต่อเนื่องมายาวนานกลับสูญเสียสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับ และแบกรับค่าใช้จ่ายโดยไม่เกิดความคุ้มค่าหลายคนมองว่าการส่งเงินสมทบเป็นเพียงภาระค่าใช้จ่าย และไม่เห็นประโยชน์ที่ได้รับกลับคืนอย่างเป็นรูปธรรมซึ่งปัจจุบันสมาชิกกว่า60% ที่ต้องพึ่งพาลูกหลานในการดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆ ทำให้สมาชิกรู้สึกว่าการจ่ายเงินเข้าระบบฌาปนกิจเป็นภาระ จากปัญหาดังกล่าว ทั้ง 3 องค์กรจึงร่วมกันหาแนวทางพัฒนาระบบสวัสดิการรูปแบบใหม่ ที่สามารถเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นเงินสะสมเพื่อการสงเคราะห์ครอบครัว ในอนาคต ผ่านการนำส่วนต่างจากราคาสินค้าและบริการที่สมาชิกใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มารวบรวมเป็นเงินสมทบเข้าสู่ระบบฌาปนกิจสงเคราะห์ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้สมาชิกเห็นคุณค่าของทุกการใช้จ่าย และสามารถเปลี่ยนค่าใช้จ่ายให้กลายเป็นความมั่นคงของครอบครัวในอนาคตได้อย่างยั่งยืน โดยโครงการฯ มีเป้าหมายรองรับสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 13 ล้านคน พร้อมตั้งเป้าหมายระยะแรกให้มีสมาชิกเข้าร่วมกว่า 500,000 คนในปีแรกและขยายสู่ 10 ล้านคนภายในระยะเวลา 3 ปี ภายใต้แนวทางการดำเนินงานระยะยาว ผ่านแอปพลิเคชัน “สหกรณ์ฟิน” ที่ช่วยบริหารจัดการข้อมูลและแสดงผลได้อย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ ด้าน นายสมพล ตันติสันติสม นายกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์ฯ กล่าวว่า การผนึกกำลังในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเดินหน้า โครงการ “สหกรณ์ไทยสู่สวัสดิการดิจิทัลแห่งอนาคต ก้าวใหม่ ที่ไกลกว่า ร่วมพัฒนาสหกรณ์ไทย” โดยเป็นการนำจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของแต่ละองค์กรมาร่วมสนับสนุนการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยสมาคมสันนิบาตสหกรณ์เพื่อพัฒนาพลังงานไทย (TCTD) ทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการประสานเครือข่ายสหกรณ์ทั่วประเทศและสนับสนุนการดำเนินโครงการให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย ขณะที่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สหกรณ์สมาชิกของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย มีความพร้อมด้านเครือข่ายสมาชิกและการบริหารสวัสดิการสมาชิก ส่วนบริษัท ไอ-ออโตเมท จำกัด ดูแลด้านการพัฒนาและออกแบบระบบแอปพลิเคชัน “สหกรณ์ฟิน” เพื่อรองรับการใช้งานของสมาชิก ร้านค้า และระบบสะสมสิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างครบวงจร ทั้งนี้ ระบบแอปพลิเคชัน “สหกรณ์ฟิน” นี้ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็น “แต้มสวัสดิการ” ผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยระบบจะนำยอดใช้จ่ายมาแปลงเป็นแต้มสะสมเพื่อช่วยสมทบค่าฌาปนกิจโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วมในการดูแลพ่อแม่มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังรองรับการใช้งานผ่าน LINE OA เชื่อมต่อระบบชำระเงินผ่าน QR Payment พร้อม Dashboard แบบ Real-time ที่ช่วยให้สหกรณ์ตรวจสอบข้อมูลได้อย่างโปร่งใสและแม่นยำภายใต้มาตรฐานสากล ภายหลังการลงนามความร่วมมือ ทั้ง 3 องค์กรยังมีแผนเปิดโอกาสให้นักศึกษาอาชีวะและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้และนำเสนอแอปพลิเคชันแก่ร้านค้าและสมาชิก เพื่อขยายการเข้าถึงแพลตฟอร์มสู่ประชาชนในวงกว้าง พร้อมต่อยอดบริการด้านธุรกรรมทางการเงินของสหกรณ์ผ่านแพลตฟอร์มเดียวอย่างครบวงจร ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับระบบสวัสดิการสหกรณ์ไทยในยุคดิจิทัล ที่มุ่งเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นคุณค่าและความมั่นคงของครอบครัวในอนาคตอย่างยั่งยืน
