
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินพร้อมขานรับนโยบายกระทรวงการคลังในการต่อยอดโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” เพื่อเพิ่มโอกาสให้พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งทุนในระบบ โดยนำศักยภาพของ “AI นกกระซิบ” ที่ช่วยสรุปและวิเคราะห์ข้อมูลการค้าขาย มาผสานกับสินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง X นกกระซิบ” ใช้ประวัติยอดขายและการรับชำระเงินจริงผ่านแอปพลิเคชันถุงเงิน ประกอบการพิจารณาสินเชื่อ ช่วยลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่มีงบการเงินหรือเอกสารทางบัญชีเหมือนธุรกิจขนาดใหญ่ ทำให้รายได้และกระแสเงินหมุนเวียนจากการค้าขายจริงสามารถนำมาใช้ประกอบการพิจารณาวงเงินได้ โดยเงินกู้สามารถนำไปใช้ซื้อวัตถุดิบ เติมสต็อก และเป็นทุนหมุนเวียนตามรอบการค้า พร้อมสร้างประวัติเครดิตที่ดี เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบและวงเงินที่สูงขึ้นในอนาคต

สินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง X นกกระซิบ” สำหรับพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการร้านค้าถุงเงินในโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่มียอดขายผ่านแอปพลิเคชันถุงเงินตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน ให้วงเงินกู้สูงสุด 50,000 บาทต่อราย หรือไม่เกิน 1.5 เท่าของยอดขายเฉลี่ยต่อเดือนย้อนหลังอย่างน้อย 3 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) 0.75% ต่อเดือน หรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) 16.20% ต่อปี ไม่ต้องใช้หลักประกัน โดยออกแบบเป็นสินเชื่อระยะสั้นให้สอดคล้องกับรอบการค้าของผู้ประกอบการรายย่อย และส่งเสริมการชำระคืนอย่างสม่ำเสมอเพื่อสร้างประวัติเครดิตที่ดี
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ธนาคารออมสิน ระหว่างวันที่ 24 กันยายน – 31 ตุลาคม 2569 โดยธนาคารจะเริ่มพิจารณาให้สินเชื่อแก่ผู้ลงทะเบียนที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ ธนาคารยังมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำรองรับผู้ประกอบการที่ต้องการเงินทุนในระยะยาวหรือขยายกิจการ เพื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่เหมาะสมกับขนาดและความต้องการของธุรกิจ สอดคล้องกับบทบาท “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ที่มุ่งสร้างโอกาสทางการเงินและความมั่นคงให้คนไทยในทุกช่วงชีวิต












